CHANGE in-your-life

ธรรม....เพื่อแม่

 

  

CHANGE  in-your-life เรื่อง ปราริชาติ ปลื้มจิตต์ตระกูล

 

 

 

ธรรม...เพื่อแม่

 

                                                                               

 

     แม่ คำสั้นๆ แต่ความหมายนั้นยิ่งใหญ่มากมายมหาศาล คือ ผู้ให้กำเนิด ให้ชีวิต และเป็นผู้มีพระคุณที่เฝ้าทะนุถนอมเลี้ยงดูผู้เป็นลูกอย่างดีจนเติบใหญ่...ไม่ว่าเราจะยังอยู่ในวัยเยาว์ ตราบเท่าเป็นผู้ใหญ่ ชีวิตจะประสบกับสุขหรือทุกข์ แม่ ไม่เคยทิ้งเรา ผู้เขียนเชื่อด้วยหัวใจว่า ทุกท่านรู้สึกและรับรู้ถึงคำว่า...แม่...ไม่ต่างกัน

 

    “ มารดา ท่านเรียกว่าพรหม ว่าบูรพาจารย์ เป็นอาหุเนยบุคคล(ผู้ควรค่ากราบไหว้)ของบุตร เป็นผู้อนุเคราะห์บุตร บัณฑิตพึงนอบน้อม และพึงสักการะมารดานั้นด้วย ข้าวน้ำ ผ้า ที่นอน การให้อาบน้ำล้างเท้า...ทิศเบื้องหน้า คือ มารดา อันบุตรพึงบำรุงด้วยสถาน๕ คือ ท่านเลี้ยงเรามาแล้ว...เราจักเลี้ยงดูท่าน จักทำกิจของท่าน จักดำรงวงศ์สกุล จักปฏิบัติตัวเหมาะที่จะเป็นทายาท เมื่อท่านล่วงลับดับขันธ์จักทำบุญอุทิศไปให้ท่าน เพราะการปรนนิบัติมารดา บัณฑิตทั้งหลายจึงสรรเสริญเขาในโลกนี้” จากหนังสือพระสูตร และอรรถกถา เล่ม ๑/๓๙ ด้วยเรื่องการบำรุงมารดา”

 

     เนื่องด้วย...เดือนสิงหาคม มีวันสำคัญ  12 สิงหาคม ซึ่งถือเป็นวันพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และเป็นวันแม่แห่งชาติ บทความตอนนี้ผู้เขียนใคร่ขอหยิบเรื่องการใช้ธรรม...เพื่อแม่ มาบอกเล่าสื่อสารถึงกัน “เจ้าจงจำไว้ การให้ความสุขแก่พ่อแม่อย่างแท้จริง ก็คือ การให้ธรรมะ ด้วยการสอนหลักธรรมง่ายๆ ให้พ่อแม่ของเจ้า พาท่านไปทำบุญ ทำทาน สอนท่านให้รู้จักการปฏิบัติบูชา สวดมนต์ ภาวนา แผ่เมตตา ธรรมะจะอยู่ในจิตใจของพ่อแม่เจ้าทุกภพทุกชาติ ถือว่าเป็นการทดแทนพระคุณที่สูงสุด เจ้าจงจำไว้นะลูกเอ๋ย...

 

 

 

 

อ่านเพิ่มเติม...

ธรรม...ด้วยใจ ของ ลุงแซม ศิษย์คู่บุญ หลวงปู่บุญฤทธิ์

 

  

CHANGE  in-your-life เรื่อง ปราริชาติ ปลื้มจิตต์ตระกูล

 

 

 

 

 

                                    ธรรม...ด้วยใจ ของ ลุงแซม ศิษย์คู่บุญ หลวงปู่บุญฤทธิ์

 

 

 

     ชาวพุทธจำนวนไม่น้อย ที่รู้จักเลื่อมใสเคารพรักศรัทธา ใน หลวงปู่บุญฤทธิ์ ปัณฑิโต พระสุปฏิปันโน(ผู้ปฏิบัติดีแล้ว)  และอาจจะเคยไปกราบหลวงปู่ ซึ่งจำวัดอยู่ที่พักสงฆ์สวนทิพย์ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี...หลายท่านคงคุ้นตากับชาวต่างชาติท่านหนึ่ง ซึ่งอยู่ข้างกายถวายตัวเป็นลูกศิษย์หลวงปู่และเฝ้าดูแลอย่างใกล้ชิดมาตลอด  ผู้เขียนเองก็เป็นหนึ่งในพุทธศาสนิกชนที่แวะมากราบหลวงปู่อยู่เนืองๆ  และมักได้ยินบรรดาลูกศิษย์เรียกชาวต่างชาติท่านนี้ว่าคุณแซมหรือลุงแซม ทำหน้าที่นำสวดมนต์แก่บรรดาลูกศิษย์ที่ตั้งใจมากราบกันในแต่ละวัน แม้สำเนียงพูดอาจจะไม่ชัดเหมือนคนไทยแต่ก็เป็นไปตามธรรมชาติ... หลวงปู่บุญฤทธิ์...กับเมตตาธรรมที่มีต่อบรรดาลูกศิษย์มากมายหลายชาติหลายภาษา ท่านเป็นพระอริยสงฆ์ที่ควรค่าแก่การกราบไหว้ในยุคปัจจุบันนี้ ด้วยธาตุขันธ์ครบ 101 ปีแล้วผนวกกับธรรมะที่ถ่ายทอดผ่านคุณแซมมาเป็นระยะเวลายาวนาน ควรได้รับการเผยแผ่เพื่อเป็นธรรมทานแก่ผู้คนต่อไป

 

      MR. AZZAM BOOKSMATI เป็นชื่อจริงของคุณแซม ซึ่งปัจจุบันอายุ 66 ปีแล้ว เรื่องราวชีวิตที่น่าสนใจถูกเล่าผ่านผู้เขียนอย่างเป็นกันเอง “ผมพบหลวงปู่บุญฤทธิ์ปี ค.ศ.1980 (พ.ศ. 2523) ประมาณ 35 ปีมาแล้ว ในประเทศออสเตรเลีย เมืองเมลเบิร์น เป็นลูกศิษย์มา26 ปี แต่ติดตามหลวงปู่จริงๆ เป็นเวลา 20 ปี ครอบครัวผมเกิดในศาสนาอิสลาม เป็นชาวเลบานอน ต่อมาอพยพไปอยู่ที่ประเทศออสเตรเลีย เมื่อผมอายุ 1 ปี 6 เดือน  วัยเด็กใช้ชีวิตง่ายๆ และผมก็เชื่อในเรื่องของกรรมที่ทำให้ไปเกิดในประเทศเลบานอน แต่...บุญทำให้พบหลวงปู่  ประสบการณ์ชีวิตเคยมีแฟนและครอบครัวแต่แยกทางกัน ร้องไห้ ไม่สบาย บอกหลวงปู่...แซมอยากไปประเทศไทยเพื่อบวชพระ หลวงปู่พาไปพักที่วัดบวรฯ เตรียมพร้อมไว้ทุกอย่าง ก่อนหน้า 3 วันกลัวไม่อยากบวชแล้ว หลวงปู่ถามทำไม?  อยากกลับบ้าน คิดถึงครอบครัว พอกลับออสเตรเลีย ได้บวชเณรที่วัดไทยซึ่งมีพระสงฆ์อยู่รูปเดียว 2 เดือนผ่านไปเกิดความกลัวอีก...พระไม่พูดอังกฤษ แซมไม่พูดไทย สื่อสารกันไม่ได้ ไม่เข้าใจธรรมะ กิเลสเข้าครอบงำ พญามารเข้าครอบคลุมก็เลยหนีสึกออกมา ต่อมาเจอหลวงปู่ท่านบอกคุณเป็นลูกศิษย์ของผม นับจากนั้น...ถึงเวลานี้ 26 ปีแล้วที่ตั้งจิตอธิษฐานขอเป็นลูกศิษย์ติดตามหลวงปู่ไปตลอดชีวิต”   

 

     

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อ่านเพิ่มเติม...

ดาว...ประดับธรรม...กิ๊ก มยุริญ ผุดผ่องพันธ์

 

  

CHANGE in-your-life เรื่อง ปราริชาติ ปลื้มจิตต์ตระกูล

 

 

 

ดาว...ประดับธรรม...กิ๊ก มยุริญ ผุดผ่องพันธ์

 

 

 

ธรรมะของพระพุทธเจ้าสอนให้เรามีสติ ทำหน้าที่อย่างดีที่สุด ธรรมะเอาไปใช้ได้ในทุกๆ เรื่อง สำหรับงานแสดงนั้นทำให้กิ๊กรู้ตัวเวลาเล่นละคร ไม่หลงไปในอารมณ์โลภโกรธหลงจนคุมตัวเองไม่ได้...ที่สำคัญใจเป็นใหญ่ใจเป็นประธาน สำเร็จได้ด้วยใจ เล่นละครใช้ใจเล่นค่ะ...กิ๊ก มยุริญ ผุดผ่องพันธ์ นักแสดงมากฝีมือที่ส่วนใหญ่ได้รับบทบาทการแสดงนางร้าย โลดแล่นอยู่วงการมายาเมืองไทยเป็นขวัญใจมหาชนมาแล้วนับ 20 ปี และยังเป็นนักแสดงไทยคนหนึ่งที่มีหัวใจใฝ่ธรรมะ ได้บอกเล่ากับผู้เขียนถึง เรื่องราว และข้อคิดดีๆ มากมายในแบบสวยด้วยธรรม นำชีวี จวบจนทุกวันนี้ เธอจึงยังคงเป็น ดวงดาว ที่ ประดับด้วยธรรม อย่างแท้จริง

 

 

 

 

 

“การแสดงละครเป็นเรื่องสนุก กิ๊กทำตามความรู้สึกของใจ ณ ขนาดนั้น พอเล่นเสร็จปุ๊บก็เลิก ไม่เอากลับบ้าน ไม่ว่าฉากนั้นจะเล่นดีหรือไม่ดีก็จะเลิกคิด เมื่อก่อนเคยเล่นบทร้ายแล้วกลับเอาไปเก็บกดที่บ้าน! แต่เดี๋ยวนี้พอเลิกเล่นก็จบ กิ๊กให้ความสำคัญกับชีวิต คือทุกช่วงเวลาเมื่อผ่านมาเจอแล้ว อาจจะไม่เจออีก เพราะฉะนั้นทุกปัจจุบันขณะที่เราได้พบเจอผู้คนและงาน เราต้องทำอย่างเต็มที่ที่สุด อาจจะเป็นครั้งเดียวในชีวิตที่เราได้เจอกัน” ดารากับธรรมะควรนำมาผนวกกันในชีวิตอยู่แล้ว ซึ่งกิ๊กคิดว่าทุกอาชีพและทุกคนที่เกิดมาเป็นมนุษย์ก็ต้องมีธรรมะเช่นกัน การได้ทำทานรักษาศีล เจริญภาวนามาดีในระดับหนึ่งกรรมถึงจัดสรรให้เรามาเกิดเป็นมนุษย์แล้วพบภูมิที่ประเสริฐ พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ตรัสรู้ได้ด้วยภพภูมินี้ การเกิดเป็นมนุษย์ได้ยากยิ่ง ดาราหลายคนที่กิ๊กเจอจะบอกเขาว่า...คุณน่ะ...มีบุญมากนะชาตินี้ และคุณควรต้องมาต่อบุญอีก อย่าคิดว่าทำไม่ได้ “คนที่เกิดมาเป็นมนุษย์ทุกคนถ้าไม่ได้เป็นคนวิกลจริตหรือเสียสติเป็นบ้า ปฏิบัติธรรมได้ทุกคน”

 

 

 

 

 

 

อ่านเพิ่มเติม...

ผู้พิทักษ์สันติ-ธรรม-ราษฎร ของ พ.ต.อ.วีระ จิระวีระ

 

  

CHANGE  in-your-life เรื่อง ปราริชาติ ปลื้มจิตต์ตระกูล

 

ผู้พิทักษ์สันติ-ธรรม-ราษฎร

 

ของ พ.ต.อ.วีระ จิระวีระ

 

 

 

     ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ เป็นคำโบราณที่กล่าวมาคือ มีหน้าที่พิทักษ์ปกป้องประชาชน โดยยึดหลักระเบียบแบบแผนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อที่จะให้ประชาชนอยู่อย่างเป็นสุข เพราะกฎหมายเป็นกฎที่ให้สังคมอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข หากทุกคนเคารพกฎกติกาก็จะไม่มีเหตุเบียดเบียนซึ่งกันและกัน และนำมาซึ่งความสงบเรียบร้อย เป็นคำกล่าวของ พ.ต.อ.วีระ จิระวีระ รองผู้บังคับการตำรวจจราจร ที่รับราชการในอาชีพตำรวจหลากหลายสายงานมาจนปัจจุบันนี้เป็นเวลา 27 ปีแล้ว โดยในประเทศไทย ได้กำหนดให้วันที่ 13 ตุลาคมของทุกปี เป็นวันตำรวจ บทความตอนนี้ผู้เขียนจึงขอทำหน้าที่ถ่ายทอดหลักการทำงานตลอดจนหลักธรรมจากท่านรอง ให้ท่านผู้อ่านได้เห็นมุมมองอีกหนึ่งอาชีพของสังคมที่มีความใกล้ชิดประชาชน

 

     ธรรมะของพระพุทธเจ้าดีที่สุด หลักธรรมที่นำมาใช้มาตั้งแต่เริ่มรับราชการตำรวจจนถึงวันนี้ คือ พรหมวิหาร 4  ประกอบด้วย เมตตา กรุณา มุทิตา(พลอยยินดี) อุเบกขา(วางใจเป็นกลาง) และ สังควัตถุ 4 (ทาน ปิยะวาจา อัตถจริยา-ช่วยเหลือกันและ สมานัตตา-เป็นผู้มีความสม่ำเสมอในการประพฤติ)  ซึ่งการบังคับบัญชาลูกน้องในสายงานจราจรที่ต้องเกี่ยวข้องกับประชาชนนั้น   “เราต้องอย่าปล่อยปละละเลยในการปกครองกับลูกน้องบางคน แม้เป็นความผิดเพียงเล็กน้อย เพราะถ้าเราปล่อยไปให้เป็นเรื่องปกติ เขาอาจมองว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้อง และอาจจะเกิดความเสียหายตามมา การทำผิดแล้วไม่มีคนไปตักเตือนอาจคิดว่าเป็นเรื่องถูก ต่อมาหากมีใครไปตักเตือนเขาอาจจะไม่พอใจ ดังนั้นต้องรีบตักเตือนและให้ข้อคิดว่าทำอย่างนี้ไม่ถูกเพราะอะไร ซึ่งการเป็นผู้บังคับบัญชาไม่ควรปล่อยปละละเลย ไม่ว่าจะเป็นการกระทำความผิดแม้เพียงเล็กน้อย  การเป็นผู้บังคับบัญชาไม่ใช่เป็นเจ้านายเท่านั้น แต่ควรเป็นเหมือนครูอาจารย์สอนเขาได้ด้วย และต้องเป็นตัวอย่างที่ดี

 

    

 

 

 

อ่านเพิ่มเติม...

ผู้พิทักษ์สันติ-ธรรม-ราษฎร ของ พ.ต.อ.วีระ จิระวีระ

 

  

CHANGE  in-your-life เรื่อง ปราริชาติ ปลื้มจิตต์ตระกูล

 

ผู้พิทักษ์สันติ-ธรรม-ราษฎร

 

ของ พ.ต.อ.วีระ จิระวีระ

 

 

 

     ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ เป็นคำโบราณที่กล่าวมาคือ มีหน้าที่พิทักษ์ปกป้องประชาชน โดยยึดหลักระเบียบแบบแผนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อที่จะให้ประชาชนอยู่อย่างเป็นสุข เพราะกฎหมายเป็นกฎที่ให้สังคมอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข หากทุกคนเคารพกฎกติกาก็จะไม่มีเหตุเบียดเบียนซึ่งกันและกัน และนำมาซึ่งความสงบเรียบร้อย เป็นคำกล่าวของ พ.ต.อ.วีระ จิระวีระ รองผู้บังคับการตำรวจจราจร ที่รับราชการในอาชีพตำรวจหลากหลายสายงานมาจนปัจจุบันนี้เป็นเวลา 27 ปีแล้ว โดยในประเทศไทย ได้กำหนดให้วันที่ 13 ตุลาคมของทุกปี เป็นวันตำรวจ บทความตอนนี้ผู้เขียนจึงขอทำหน้าที่ถ่ายทอดหลักการทำงานตลอดจนหลักธรรมจากท่านรอง ให้ท่านผู้อ่านได้เห็นมุมมองอีกหนึ่งอาชีพของสังคมที่มีความใกล้ชิดประชาชน

 

     ธรรมะของพระพุทธเจ้าดีที่สุด หลักธรรมที่นำมาใช้มาตั้งแต่เริ่มรับราชการตำรวจจนถึงวันนี้ คือ พรหมวิหาร 4  ประกอบด้วย เมตตา กรุณา มุทิตา(พลอยยินดี) อุเบกขา(วางใจเป็นกลาง) และ สังควัตถุ 4 (ทาน ปิยะวาจา อัตถจริยา-ช่วยเหลือกันและ สมานัตตา-เป็นผู้มีความสม่ำเสมอในการประพฤติ)  ซึ่งการบังคับบัญชาลูกน้องในสายงานจราจรที่ต้องเกี่ยวข้องกับประชาชนนั้น   “เราต้องอย่าปล่อยปละละเลยในการปกครองกับลูกน้องบางคน แม้เป็นความผิดเพียงเล็กน้อย เพราะถ้าเราปล่อยไปให้เป็นเรื่องปกติ เขาอาจมองว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้อง และอาจจะเกิดความเสียหายตามมา การทำผิดแล้วไม่มีคนไปตักเตือนอาจคิดว่าเป็นเรื่องถูก ต่อมาหากมีใครไปตักเตือนเขาอาจจะไม่พอใจ ดังนั้นต้องรีบตักเตือนและให้ข้อคิดว่าทำอย่างนี้ไม่ถูกเพราะอะไร ซึ่งการเป็นผู้บังคับบัญชาไม่ควรปล่อยปละละเลย ไม่ว่าจะเป็นการกระทำความผิดแม้เพียงเล็กน้อย  การเป็นผู้บังคับบัญชาไม่ใช่เป็นเจ้านายเท่านั้น แต่ควรเป็นเหมือนครูอาจารย์สอนเขาได้ด้วย และต้องเป็นตัวอย่างที่ดี

 

    

 

 

 

อ่านเพิ่มเติม...