วัยรุ่นเจนวาย คนทำงานรุ่นใหม่ มีเฮ “การบินไทย” ชวนบินไปหลบร้อน กับราคาสุดคุ้ม!

วัยรุ่นเจนวาย คนทำงานรุ่นใหม่ มีเฮ “การบินไทย” ชวนบินไปหลบร้อน กับราคาสุดคุ้ม!

 

 

 

 

วัยรุ่นเจนวาย คนทำงานรุ่นใหม่ มีเฮ
“การบินไทย” ชวนบินไปหลบร้อน กับราคาสุดคุ้ม!

 


“การบินไทย” สายการบินแห่งชาติ เอาใจวัยรุ่นเจนวาย และคนทำงานรุ่นใหม่ (อายุ 12-25 ปี) ที่มองหาแพลนเที่ยวเดี่ยว หรือก๊วนเพื่อนเลิฟ ที่พร้อมชวนกันบินไปเที่ยวช่วงซัมเมอร์หน้าร้อนแบบชิลล์ๆ กับโปรฯ “YOUTH Fun Zone” Fly to Feel, Fly to Fun Fly ให้สุดฟิน บินให้สุด Fun กับสายการบินไทยที่จะพาบินตรงจาก กรุงเทพฯ ไปยัง ฮ่องกง, ไทเป, เซี่ยะเหมิน, เฉิงตู, คุนหมิง และญี่ปุ่น (โตเกียว, โอซากา, นาโกยา, ฟุกุโอกะ, ซัปโปโร) ในราคาที่ไม่ควรพลาด! จองบัตรโดยสารได้แล้ว ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 พ.ค. 62 แล้วแพ็คกระเป๋าออกเดินทางได้ ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 ก.ค. 62 สนใจคลิกเลย https://bit.ly/2vYSJHk


เป็นโปรโมชั่นรับหน้าร้อน ที่ไม่ควรพลาดสำหรับบรรดาวัยรุ่น คนเจนวาย และคนทำงานรุ่นใหม่ ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยว ไม่ว่าบินเดี่ยว หรือเกี่ยวแก๊งเพื่อนไปด้วย หากใครยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะบินไปเที่ยวที่ไหนดี วันนี้เรามีสถานที่แลนด์มาร์ค แต่ละปลายทางมาแนะนำ ดังนี้


1.ฮ่องกง (Hong Kong) เรียกว่าฟินทุกสภาพอากาศ ไม่ว่าจะเที่ยวเดือนไหน ฮ่องกงก็คือสวรรค์ของคนรักเที่ยว เกาะฮ่องกงเป็นสีสันมีเสน่ห์น่าหลงใหลสำหรับนักท่องเที่ยวที่แวะเวียนมาสัมผัสกลิ่นอายของอารยธรรมต่างๆ และหากใครชอบงานอาร์ตงานศิลป์มากกว่าการช้อปปิ้ง ก็เพลิดเพลินอย่างแน่นอน เพราะที่นี่มีงานอาร์ตให้เสพหลายแบบ หากชอบชิลล์กลางแจ้งก็สามารถเดินชมทิวทัศน์ นอกจากนี้ ยังไม่ควรพลาดแหล่งท่องเที่ยวย่านเซ็นทรัล อ่าววิคตอเรีย คอสเวย์เบย์ จิมซาจุ่ย มงก๊ก สวนสนุก สวนน้ำ พิพิธภัณฑ์เก๋ๆ ซึ่งสามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี


2.ไทเป (Taipei) ใครหลายคนปักหมุดไปที่นี่กันเยอะ นับแต่รัฐบาลให้ ฟรีวีซ่า จึงไม่ต้องแปลกใจที่นักท่องเที่ยวจะหลั่งไหลมาไทเป ซึ่งสามารถเที่ยวได้ตลอดปี ที่นี่มีวัฒนธรรมน่าชื่นชม ศิลปะและธรรมชาติ ก็มีให้ชมมากมาย นอกจากนี้ หากใครหลงรักประเทศญี่ปุ่นแต่ค่าใช้จ่ายจำกัด ลองมองไทเป น่าจะเป็นอีกหนึ่งตัวเลือก เพราะที่นี่มีมิวเซียม น้ำพุร้อน อนุสรณ์สถานเจียงไคเช็ก หรือเที่ยววัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองอย่างวัดหลงซาน นั่งกระเช้าลอยฟ้าที่เมาคง กอนโดลา ซีเหมินติง ย่านที่รวมนักช้อปฯ ที่ต้องแวะมาอัปเดตเทรนด์แฟชั่น รับรองไม่ผิดหวังแน่นอนหากตัดสินใจมาที่นี่


3.เซี่ยะเหมิน (Xiamen) เป็นเมืองในมณฑลฝูเจี้ยน ทางตอนใต้ของประเทศจีน ติดกับทะเลจีนใต้ ตรงข้ามกับ “เกาะไต้หวัน” ห่างกันเพียง 1 ก.ม. เป็นเมืองที่อยู่บนเกาะ และมีนกกระยางขาวเป็นสัญลักษณ์ ที่นี่เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษหนึ่งในห้าของประเทศ มีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจ อาทิ เกาะกู่ลั่งยี่ อยู่ตรงข้ามของเมือง ซึ่งได้รับสมญานามว่าเป็นเกาะแห่งดนตรี เนื่องเพราะผู้คนที่อาศัยอยู่บนเกาะ ล้วนชื่นชอบดนตรีเป็นชีวิตจิตใจ โดยเฉพาะเปียโน เป็นเครื่องเล่นดนตรีที่คนบนเกาะนี้ โปรดปรานที่สุด โดยทุก 3 ใน 4 ของบ้านบนเกาะนี้จะต้องมีเปียโนไว้เล่น ทั้งยังมีพิพิธภัณฑ์จัดแสดงเปียโนประเภทต่างๆ จากทั่วโลก บนพื้นที่กว่า 2,000 ตร.ม. แม้จะมีพื้นที่เพียง 1.78 ตร.กม. ซึ่งสามารถเดินทางโดยเรือถึงภายใน 5 นาที บนเกาะไม่อนุญาตให้มียานพาหนะใดๆ ทั้งสิ้น ดังนั้นบนเกาะต้องใช้การเดินทางเท้าเท่านั้น สำหรับจุดท่องเที่ยวยอดนิยมบนเกาะ ได้แก่ Sunlight Rock ซึ่งเป็นจุดที่สูงที่สุดของเกาะ ตั้งอยู่บนเขาหัวมังกร (Tiger Head Hill) ซึ่งอยู่ทางตะวันออกของหาด เมื่อดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออก แสงอาทิตย์จะตกกระทบที่ก้อนหินดังกล่าว จึงเป็นที่มาของชื่อ Sunlight Rock


4.เฉิงตู (Chengdu) เมืองเอกของมณฑลเสฉวน เป็นทั้งศูนย์กลางด้านการเมือง การทหาร และด้านการศึกษาของภูมิภาคตะวันตกเฉียงใต้ มีพื้นที่รวมกว่า 485,000 ตร.ก.ม. มีลักษณะทางภูมิศาสตร์แบบแอ่งกระทะ โดยรอบถูกโอบล้อมด้วยภูเขาสูง 4 ด้าน ตรงกลางเป็นที่ราบ ลักษณะภูมิอากาศอบอุ่นไม่ร้อนหรือหนาวเกินไป มีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจ อาทิ ศูนย์วิจัยและเพาะพันธุ์หมีแพนด้า ห่างจากเมืองเฉิงตู 10 ก.ม. โดยเลียนแบบถิ่นที่อยู่ของแพนด้าในป่า เพื่ออำนวยต่อการผสมพันธุ์ และเป็นศูนย์คุ้มครองสัตว์ป่าที่ไม่มีอันตราย เขื่อนตูเจียงเยี่ยน เป็นภูมิปัญญาของชาวจีน ที่ต่อสู้กับธรรมชาติมายาวนานาน ได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก เมื่อปี 1999 เป็นเขื่อนที่สร้างมานานกว่าสองพันปี นับแต่ยุคจิ๋นซีฮ่องเต้ แสดงถึงความก้าวหน้าด้านงานโยธาโบราณ ที่ทดน้ำจากแม่น้ำหมินเจียงเข้าสู่ที่ราบมณฑลเสฉวน ปัจจุบัน เขื่อนยังคงใช้งานได้ดี นอกจากนี้ เฉิงตูก็ยังมีแหล่งท่องเที่ยวทั้งประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ ศาสนาและมรดกโลกอีกด้วย อาทิ ศาลเจ้าสามก๊ก แหล่งท่องเที่ยวเชิงนวนิยายประวัติศาสตร์ มีหลวงพ่อโตเล่อซาน มีภูเขาง้อไบ้ แหล่งท่องเที่ยวเชิงศาสนาและเป็นมรดกโลก รวมทั้งอุทยานหวงหลง แหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติที่ได้รับการจดทะเบียนเป็นมรดกโลก

5.คุนหมิง (Kunming) เป็นเมืองหลวงและใหญ่ที่สุดในมณฑลยูนนาน ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีน คุนหมิงมีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี จึงทำให้มีทัศนียภาพสวยงาม จนได้สมญานามว่า “นครแห่งฤดูใบไม้ผลิ” เมื่อมาเที่ยวเมืองคุนหมิง สถานที่แรกต้องแวะคือ ตำหนักจินเตี้ยน เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และชาวจีนให้ความเคารพเป็นอย่างมาก สร้างขึ้นในช่วงราชวงศ์หมิง ผู้คนมักจะมาที่นี่เพื่อกราบไหว้ขอพรในด้านสุขภาพและการเงินให้ประสบผลสำเร็จ นอกจากนี้ ยังมีพิพิธภัณฑ์ที่เก็บสะสมของโบราณล้ำค่ายุคสมัยก่อนไว้จนถึงทุกวันนี้ ทะเลสาบชุ่ยหู เป็นทะเลสาบขนาดใหญ่ที่ถูกขนานนามว่า “สระมรกต” ตั้งอยู่ใจกลางเมืองคุนหมิงล้อมรอบด้วยบึงน้ำ และสวนสาธารณะ เหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจในวันสุดสัปดาห์ ในช่วงฤดูหนาวของทุกปี จะมีนกนางนวลปากแดงซึ่งเป็นนกพันธุ์หายาก หนีความหนาวเย็นจาก
ไซบีเรีย มาเยือนทะเลสาบแห่งนี้


6.โตเกียว (Tokyo) คือเมืองหลวงยอดนิยมของประเทศญี่ปุ่น มีทั้ง พระราชวัง วัด ศาลเจ้า สวนสนุก ร้านค้า ร้านอาหาร ร้านพื้นบ้าน แหล่งช้อปปิ้ง สวนดอกไม้ ครบจบในเมืองเดียว ควรเที่ยวในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ชมซากุระ และยังมีดอกไม้อีกนานาพันธุ์ให้ได้ตื่นตาตื่นใจ และในฤดูร้อนที่โตเกียวจะมีเทศกาลดอกไม้ไฟกว่า 20 แห่งที่ขึ้นชื่อว่าสวยงามที่สุดในโลก และพอเข้าฤดูใบไม้ร่วง บอกเลยว่าเหมาะกับการไปเที่ยวเดินเล่นกลางแจ้งตามสถานที่ท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก เพราะจะได้เจอกับดอกไม้เปลี่ยนสี เทศกาลการชงชา เรียกว่าช่วงนี้เป็นช่วงที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มามากที่สุดเลยทีเดียว


7.โอซากา (Osaka) เป็นเมืองเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสองของญี่ปุ่น สำหรับคนที่ไม่ชอบหนาวมาก อยากเที่ยวสบายๆ ควรเที่ยวในช่วงเดือน มี.ค.-พ.ค. แต่ถ้าชอบความหนาวเย็น แนะนำให้มาช่วงเดือน พ.ย.-ก.พ. ซึ่งมีอุณหภูมิเฉลี่ย 6 องศา ถ้าดึกๆ จะลดลงเหลือ 0 องศาเลยทีเดียว และที่นี่เป็นที่ทราบดีว่า ถ้ามาโอซากา จะมีวัด มีศาลเจ้า และสิ่งศักดิ์สิทธิ์มากมาย นอกจากนี้ ยังมีสวนสนุก ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ (Universal Studios) และที่ต้องไปคือ ย่านโดทงโบริ (Dotonbori) ที่ขาช้อปฯ ชื่นชอบ จัดว่าเป็นใจกลางเมือง ซึ่งมี “กูลิโกะ” ยืนชูมือเป็นกิมมิก ถ้ามาโอซากาใครๆ ก็ถ่ายรูปกับโลโก้นี้ เดี๋ยวจะหาว่ามาไม่ถึง นอกจากนี้ ยังมีย่านมินามิ นัมบะ (Minami Numba) และย่าน ชินไซบาชิ (Shisaibashi) ที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเมืองโอซากา เรียกได้ว่าเป็นย่านสุดฮอตของเหล่านักท่องเที่ยวเลยก็ว่าได้


8.นาโกยา (Nagoya) ตั้งอยู่ระหว่างโตเกียวและโอซากา เป็นเมืองที่มีวัฒนธรรมเฉพาะตัว หากใครชอบความเป็นธรรมชาติที่ไม่หวือหวา แต่แฝงไปด้วยกลิ่นอายของญี่ปุ่นแท้ๆ นอกจากนี้ หากใครชื่นชอบรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า ที่นี่คือเมืองเกิดของเขา อย่าลืมแวะมาชมพิพิธภัณฑ์เก่าแก่โตโยต้าได้ที่เมืองนี้ แต่หากมาในเดือนเมษายน ก็จะได้ชมเทศกาล ดอกชิดาเระ ซากุระ และคนที่ชอบรับประทานปลาไหล ก็ต้องแวะมาให้ได้ เพราะที่นาโกยา ขึ้นชื่อเรื่องปลาไหลรสอร่อย

9.ฟุกุโอกะ (Fukuoka) เป็นเกาะใหญ่อันดับสามของญี่ปุ่น เป็นเมืองท่าเก่าแก่ ที่ใครหลายคนได้แวะเวียน มาแล้ว ไม่มีคำว่าไม่หลงรัก ควรเที่ยวช่วงฤดูใบไม้ผลิ และฤดูใบไม้ร่วง แต่ที่นี่อากาศจะดีตลอดปี เฉลี่ยอุณหภูมิอยู่ที่ 15-20 องศา สำหรับคนที่ศรัทธาสิ่งศักดิ์สิทธิ์อยากมาขอพร ที่ฟุกุโอกะมีศาลเจ้า และวัดมากมาย นอกจากนี้ หากใครชอบสวนดอกไม้ ก็ห้ามพลาดสวนบนเกาะโนะโคะโนะชิมะ (Nokonoshima Island Park) เป็นสวนดอกไม้ญี่ปุ่นที่มีดอกไม้ไม่ซ้ำชนิดกันในแต่ละฤดู เรียกว่าถ้าใครหลงรักเจ้าดอกไม้หลายสีหลากฤดู ถือว่าเป็นแลนมาร์กที่ใครหลายคนต้องแวะมาเช็กอิน


10.ซัปโปโร (Sapporo)เมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องความหนาว ที่นี่จะมีเทศกาลหิมะซัปโปโร ชวนเยี่ยมชมประติมากรรมน้ำแข็ง หิน แกะสลัก รวมไปถึงการประดับประดาไฟทั่วเมืองในฤดูหนาว นอกจากนี้ ซัปโปโรยังเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องอาหารทะเลสดๆ เรียกว่าใครรักซีฟู้ดต้องห้ามพลาด และหากแวะมาเที่ยวในช่วงเดือนกุมภาพันธ์จะคึกคักเป็นพิเศษเพราะมีหลายเทศกาล เรียกว่ามาครั้งเดียวได้เที่ยวครบทุกเทศกาล


มาถึงตรงนี้ วัยรุ่น เจนวาย และคนทำงานรุ่นใหม่ทุกคน คงเห็นแล้วว่าแต่ละเมือง ในแต่ละประเทศมีแหล่งท่องเที่ยวหลากหลาย น่าสนใจทั้งนั้น แถมการเดินทางไปก็สะดวกสบาย และโอกาสดี ที่สายการบินไทยกำลังจัดโปรฯ “YOUTH Fun Zone” Fly to Feel, Fly to Fun Fly ให้สุดฟิน บินให้สุด Fun โดยบินตรง ทุกวันอาทิตย์ – พฤหัสบดี จากกรุงเทพ สู่ ฮ่องกง ด้วยราคาไป-กลับ เริ่มต้นที่ 5,960 บาท/ท่าน, ไทเป ด้วยราคาไป-กลับ เริ่มต้น ที่ 6,805 บาท/ท่าน, เซี่ยะเหมิน ด้วยราคาไป-กลับ เริ่มต้นที่ 8,790 บาท/ท่าน เฉิงตู, คุนหมิง ด้วยราคาไป-กลับ เริ่มต้นที่ 7,600 บาท/ท่าน และญี่ปุ่น (โตเกียว, โอซากา, นาโกยา, ฟุกุโอกะ, ซัปโปโร) ด้วยราคาไป-กลับ เริ่มต้นที่ 12,680 บาท/ท่าน ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม พร้อมบริการแบบ Full Service โดยจองบัตรโดยสารได้แล้วตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 พ.ค. 62 และเริ่มเดินทางได้เลย ตั้งแต่วันนี้ ถึง 10 ก.ค. 62 (สำหรับผู้โดยสารที่มีอายุ 12 – 25 ปี เท่านั้น)


การบินไทย พร้อมแล้วที่จะเปิดประสบการณ์ใหม่ให้แก่นักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ ไม่รู้ลืม #Thaiairways #สบายต่างกัน

สนใจ คลิกเลย https://bit.ly/2vYSJHk