“ยุทธนา สุวรรณประดิษฐ์”นักบรรษัทภิบาลยุคใหม่ป้ายแดง แห่งค่ายเมืองไทยประกันภัย
“ยุทธนา สุวรรณประดิษฐ์”นักบรรษัทภิบาลยุคใหม่ป้ายแดง แห่งค่ายเมืองไทยประกันภัย
ในปี 2561 สำนักงาน คปภ. มีนโยบายเพิ่มความเข้มข้นในการกำกับดูแลการดำเนินกิจการของบริษัทประกันภัย ด้วยการปรับปรุงกฎเกณฑ์มาควบคุมและกำกับดูแลบริษัทประกันวินาศภัย ตั้งแต่การออกแบบผลิตภัณฑ์ วิธีการขายผลิตภัณฑ์ประกันภัย การบริการหลังการขาย ตลอดจนการกำหนดระบบการบริหารความเสี่ยงและตรวจสอบการปฏิบัติงานของบริษัทประกันวินาศภัยเพื่อให้ประชาชนเกิดความมั่นใจ
บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) เล็งเห็นความสำคัญในด้านการบริหารงานที่ดีตามหลักบรรษัทภิบาล จึงได้ปรับกลยุทธ์ด้วยการแต่งตั้ง นายยุทธนา สุวรรณประดิษฐ์ นักบรรษัทภิบาลยุคใหม่นั่งเก้าอี้รองกรรมการผู้จัดการ สายงานควบคุมการดำเนินงานทางธุรกิจและบรรษัทภิบาล พร้อมเผยทิศทางการบริหารงานสู่ความสำเร็จ
นายยุทธนา สุวรรณประดิษฐ์ สำเร็จการศึกษาปริญญาตรีนิติศาสตร์บัณฑิตจากคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นิติศาสตร์มหาบัณฑิต สาขากฎหมายมหาชน คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปัจจุบันกำลังศึกษาปริญญาเอก ด้านกฎหมายมหาชนทางเศรษฐกิจ คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อีกทั้งยังได้ผ่านหลักสูตรการอบรมที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจทั้งในและต่างประเทศหลากหลาย ด้วยผลงานที่ปฏิบัติด้วยดีอย่างสม่ำเสมอตั้งแต่ปี 2551 จนถึงปัจจุบัน บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) จึงไว้วางใจมอบหมายให้เป็นผู้ขับเคลื่อนนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินกิจการที่ดีตามหลักบรรษัทภิบาลสู่เป้าหมายในอนาคต
นายยุทธนา สุวรรณประดิษฐ์ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานควบคุมการดำเนินงานทางธุรกิจและบรรษัทภิบาล บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงแผนการดำเนินงานว่า ทุกกระบวนการในองค์กร นอกจากจะมองด้านกลยุทธ์แล้ว การดำเนินการทุกขั้นตอนที่บริษัทได้นำมาปฏิบัติ จะต้องถูกต้องตามกฎหมาย เป็นไปตามกฎเกณฑ์ที่หน่วยงานกำกับดูแลกำหนดอย่างเหมาะสม และสอดคล้องกับนโยบายของบริษัท และต้องใช้หลักการบริหารความเสี่ยงเข้ามาช่วยด้วยเสมอ การเข้าใจให้เห็นถึงความเสี่ยงของกฎระเบียบทางกฎหมายเป็นเรื่องสำคัญขององค์กรนี้ โดยผมเองจะต้องเข้าไปดูเรื่องความเสี่ยงด้านกฎเกณฑ์ทางกฎหมาย กับสิ่งที่เรากำลังดำเนินการอยู่ หรือกำลังจะทำว่าขัดต่อกฎหมายหรือกฎเกณฑ์หรือไม่ หน้าที่ของผม ผมคงไม่ได้บอกว่าจะต้องดีร้อยเปอร์เซ็นในทุกอย่าง แต่เราจะต้องมีช่องทางเสนอให้บริษัทมีการบริหารจัดการร่วมกัน ตั้งแต่ระดับผู้บริหารจนถึงเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานให้รับทราบและตัดสินใจร่วมกัน หาวิธีการควบคุมและแก้ไขร่วมกัน มีระบบการเตือนภัยให้ทราบ ซึ่งก็เป็นกลยุทธ์แบบหนึ่งเช่นกัน โดยที่ เราจะต้องตามให้ทันเวลา ทันเหตุการณ์ และเข้าใจถึงปัจจัยภายในและภายนอกของโลกธุรกิจแห่งยุคปัจจุบันด้วย
ด้านวิสัยทัศน์การบริหารงานตามสายงานของนายยุทธนา สุวรรณประดิษฐ์ ในฐานะรองกรรมการผู้จัดการ สายงานควบคุมการดำเนินงานทางธุรกิจและบรรษัทภิบาล เปิดเผยว่า ความเป็น Compliance ของผมจะต้องเป็นนักกฎหมายที่ชี้ถูกชี้ผิดหรือไม่ ซึ่งบอกได้เลยว่าในยุคดิจิตอล หรือ ยุค 4.0 นี้ ความเป็นผู้บริหารที่ต้องบริหารจัดการเรื่องของ Legal Management ควรจะเป็นคอนเซ็ปต์ที่จะนำกฎหมายมาเป็น ตัวตั้ง แล้วนำ Management เข้ามาเป็นตัวช่วย เพื่อทำให้เกิดความยืดหยุ่นในการนำกฎหมายและนโยบายของบริษัทมาปฏิบัติ
ขณะเดียวกัน แผนการควบคุมการดำเนินงานทางด้านธุรกิจจะเป็นอย่างไร นายยุทธนา สุวรรณประดิษฐ์ กล่าวว่า ภาพรวมในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลง มีการควบคุมธุรกิจประกันวินาศภัยมากขึ้น มีการแข่งขันสูง ประชาชนมีความรู้ด้านประกันภัยมากขึ้น เราจึงต้องสร้างกลยุทธ์ให้ฉีกออกไปจากเดิม จึงเป็นโจทย์สำคัญในการวางแผน สิ่งสำคัญของบุคลากรในองค์กรต้องรู้จักการตั้งคำถามให้เป็น ตอบโจทย์ให้ได้ จึงจะทำให้ขับเคลื่อนนโยบายสู่เป้าหมายได้สำเร็จ ดังนั้น คนที่เป็นผู้บริหารจะต้องตั้งโจทย์ให้เป็น หาคำตอบเพื่อแก้ไขโจทย์ให้ถูกจุด ก็จะสามารถขับเคลื่อนนโยบายสู่ความสำเร็จได้
“ด้วยธุรกิจประกันวินาศภัย ถือเป็นธุรกิจทางด้านการเงินอย่างหนึ่ง ซึ่งจะต้องมีธรรมาภิบาลเป็นหลักสำคัญในการบริหารงาน การดำเนินธุรกิจประกันวินาศภัยไม่เหมือนกับสถาบันการเงินอื่นที่เป็นการลงทุนเพื่อหาผลกำไร แต่ธุรกิจประกันวินาศภัย เมื่อเกิดการเคลมก็จะต้องจ่ายหรือชดเชยให้กับลูกค้าตามสัญญาประกันภัย ดังนั้นระดับเงินกองทุนจะต้องมีมากพอตามที่ คปภ. กำหนด ซึ่ง ณ วันนี้ เสถียรภาพเงินกองทุนของ บริษัท เมืองไทยประกันภัยฯ มีความมั่นคงมาก การที่จะทำให้เงินกองทุนมีความมั่นคงได้นั้น จำเป็นต้องมีการบริหารจัดการที่มีบรรษัทภิบาลอย่างชัดเจน ซึ่งหมายถึง บริษัทมีนโยบายการบริหารจัดการที่ดี มีระบบการบริหารความเสี่ยงและควบคุมที่มีประสิทธิภาพ มีการดำเนินธุรกิจที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ และมีความสำนึกรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย” นายยุทธนา กล่าว