44 ปี “แม็คกรุ๊ป” จัดทัพรับ Digital Disruption มุ่งสร้างแบรนด์และคอนเทนต์ ส่งมอบสินค้าคุณภาพผ่านช่องทาง Omni channel สู่คนไทยทั่วประเทศ

44 ปี “แม็คกรุ๊ป” จัดทัพรับ Digital Disruption มุ่งสร้างแบรนด์และคอนเทนต์ ส่งมอบสินค้าคุณภาพผ่านช่องทาง Omni channel สู่คนไทยทั่วประเทศ

 

 

 

 

 

44 ปี “แม็คกรุ๊ป” จัดทัพรับ Digital Disruption มุ่งสร้างแบรนด์และคอนเทนต์ ส่งมอบสินค้าคุณภาพผ่านช่องทาง Omni channel สู่คนไทยทั่วประเทศ

 


เชียงใหม่ วันที่ 25 มกราคม 2562 – คุณสุณี เสรีภาณุ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวถึงภาพรวมธุรกิจว่า “การบริโภคในประเทศยังไม่ฟื้นตัวจากปัจจัยแวดล้อมหลายอย่าง อย่างไรก็ตามสิ่งที่เห็นได้ชัดคือการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตและพฤติกรรมการจับจ่ายที่ให้ความสำคัญกับการบริโภคสื่อและคอนเทนต์ของสินค้าที่สะท้อนความเป็นตัวตนของตนเองก่อนการตัดสินใจซื้อสินค้า ซึ่งสิ่งที่สำคัญเท่าๆกับการสร้างคอนเทนต์ คือการสร้างโครงข่ายร้านค้าทั้ง online และ offline ให้พร้อมและครอบคลุมเพื่อรองรับการตัดสินใจที่เกิดได้ทุกที่ทุกเวลา”


คุณสุณี กล่าวอีกว่า “ด้วยเหตุดังกล่าว บริษัท แม็คกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) จึงไม่หยุดลงทุนที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับตราสินค้าทั้ง 3 กลุ่มของบริษัทอันประกอบไปด้วย (1)กลุ่มเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายนำโดยแบรนด์ ‘Mc Jeans’ เครื่องแต่งกาย Denim และ Non-denim และแบรนด์ ‘U-P’ (ยู-พี) เสื้อผ้าสไตล์ Sport casual (2) กลุ่ม Fashion Accessories โดยมีทั้งแบรนด์ Mc, U-P และแบรนด์นาฬิกาต่างๆของ ‘Timedeco’ และ (3) กลุ่มผลิตภัณฑ์ Personal care โดยแบรนด์ ‘M&C’”


“สำหรับแผนสินค้าใหม่ที่เป็นไฮไลท์ในปีนี้นำทัพโดยแบรนด์ ‘Mc Jeans’ ซึ่งนำเสนอสินค้ายีนส์ เซลเวจ (Selvedge) มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้วยการผลิตจากผ้าทอหน้าแคบที่มีการควบคุมคุณภาพสูงกว่าผ้าทอทั่วไป ครั้งหนึ่งผลิตได้จำนวนไม่มากและมีการเย็บริมขอบผ้าด้วยด้ายสี เพื่อให้ผ้ามีความทนทานคงคุณภาพยาวนานผสานกับความ พรีเมียมของเนื้อผ้า ทำให้ยีนส์เซลเวจหรือริมสีเป็นสัญลักษณ์ของความพรีเมียมในวงการยีนส์ ซึ่งในตลาดโลกจัดจำหน่ายอยู่ในราคามากกว่า 3 พันบาท ในขณะที่เราจะเป็นแบรนด์แรกที่นำเสนอยีนส์เซลเวจในราคาที่จับต้องได้ให้กับคนไทยในระดับราคาประมาณ 2 พันบาทภายใต้คอลเลคชั่น ‘Mc Selvedge’ ด้วยเนื้อผ้ายีนส์เซลเวจที่ใส่สบาย รูปทรงได้รับการดีไซน์ให้มีความเหมาะสมกับสรีระของคนเอเซีย ใส่แล้วสวยและเพิ่มความมั่นใจมากขึ้น นอกจากนี้ยังเพิ่มความโดดเด่นด้านดีไซน์ด้วยการปักคำว่า Mc Jeans Selvedge Series (แม็คยีนส์ เซลเวจ ซีรี่ส์) ที่กระเป๋าลับใส่เหรียญซึ่งมีเฉพาะรุ่นนี้เท่านั้น ซึ่งแต่ละโมเดลในซีรีส์นี้ได้เริ่มทยอยออกสู่ตลาดตลอดปี 2562 และจะเป็นยีนส์อีกรุ่นจาก Mc ที่ผู้ชื่นชอบยีนส์ต้องมี นอกจากนี้แบรนด์น้องใหม่ ‘U-P’(ยู-พี) ที่เริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้างของกลุ่มคนที่ใช้ชีวิตกับหลากหลายกิจกรรม เตรียมปล่อยคอลเลคชั่นใหม่แนว Monochrome และ Pastel เหมาะกับผู้ที่ชอบแต่งตัว Sport casual ที่คุมโทนแบบสีเดียวทั้งลุค หรือคนที่ชอบโทนสีพาสเทลที่ดูสดใส สบายตา โดยคอลเลคชั่นใหม่ๆที่กล่าวมาข้างต้นนั้น บริษัทได้วางเป้าการขายไม่ต่ำกว่า 150 ล้านบาท”

 


คุณสมชัย สูงสว่าง ประธานเจ้าหน้าที่ด้านธุรกิจและการขาย กล่าวเสริมว่า “ทิศทางการตลาดและการขายในปีนี้ นอกจากสินค้าใหม่ที่เป็นไฮไลท์แล้วทางบริษัทยังมีการวางแผนการออกสินค้าคอลเลคชั่นใหม่ที่มีความหลากหลาย ดีไซน์ทันสมัยไม่หวือหวาเพื่อให้สวมใส่ได้ทุกวันและสามารถนำมา Mix&Match ได้ง่าย รวมถึงคอลเลคชั่นพิเศษต่างๆที่สร้างความน่าสนใจให้กับกลุ่มลูกค้ามากยิ่งขึ้น ซึ่งในปีนี้ทาง Mc ได้มีโปรเจ็กต์ Mc X คือการ Collaboration กับศิลปินหรือผู้ที่มีชื่อเสียงโดยเราได้เริ่มโปรเจ็กต์แรกกับสองพี่น้องจินดาโชติ คุณพลอย และ คุณฌอห์น จินดาโชติ ซึ่งได้นำเสนอคอลเลคชั่น ‘Black Valentines by Mc X Jindachot’ ต้อนรับเดือนแห่งความรักที่นำเสนอมุมมองเรื่องราวในรูปแบบต่างๆที่น่าสนใจ ซึ่งพลอยและฌอห์นได้วางคอนเซ็ปต์รวมถึงการ prove แบบเองอีกด้วย โดยจะเริ่มวางจำหน่ายในวันที่ 28 มกราคมนี้ ในช่องทาง mcshop.com”


“นอกจากนี้ทางบริษัทได้วางแผนกิจกรรมทางการตลาดและการสื่อสารรูปแบบใหม่ทั้ง Offline และ Online โดยยังคงเน้นการสร้างแบรนด์ ภาพลักษณ์และคอนเทนต์ที่เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้โดยง่ายและตรงกับความต้องการมากขึ้น ภายใต้คอนเซปต์ ‘my Mc my best look’ ต่อเนื่องจากช่วงปลายปีที่ผ่านมา และสินค้า ‘U-P’ ที่เปิดตัวด้วยพรีเซ็นเตอร์ ดีเจพุฒ – พุฒิชัย เกษตรสิน ซึ่งได้รับการตอบรับจากกลุ่มลูกค้าเป็นอย่างดี ซึ่งในปีนี้ U-P จะเริ่มรุกตลาดด้วยการออกคอลชั่นใหม่ๆ และเน้นการสร้างการรับรู้ในแบรนด์ผ่านช่องทาง Online , Social media และ การสื่อสาร ณ จุดขาย รวมถึงการเพิ่มจุดจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าชั้นนำอย่างต่อเนื่อง“


คุณบัณฑิต ประดิษฐ์สุขถาวร ประธานเจ้าหน้าที่ด้านการเงินและบัญชีและผู้บริหารฝ่ายพัฒนาธุรกิจ อธิบายว่า “ในส่วนกลยุทธ์ Omni channel ที่เป็นการเชื่อมต่อทุกช่องทางการจัดจำหน่ายนั้น แม็คกรุ๊ปได้เปิดจุดขายเพิ่มกว่า 30 จุดจากปีที่แล้วที่มีอยู่ 894 จุดมาอยู่ที่ 927 จุดและคาดว่าจะถึง 1,000 จุดภายในสองปีข้างหน้า และได้ลงทุนเปิดจุดขายเพื่อขยายฐานลูกค้าใหม่ผ่านร้านค้า ‘mcmc Outlet Store’ ที่มีการเพิ่มจุดจำหน่ายภายในและภายนอกปั๊มน้ำมันปตท. ตลอดจนการพัฒนาช่องทาง Online marketplace คือ ‘mcshop.com’ โดยเพิ่มการสรรหาสินค้าภายใต้แบรนด์ชั้นนำระดับโลกของพันธมิตรรายอื่นๆที่เป็นที่นิยมของคนไทยเข้ามานำเสนอต่อฐานลูกค้าหลายล้านคนของแม็คกรุ๊ป ซึ่งล่าสุดบริษัทฯได้เข้าลงทุนใน ‘Mcmillion’ ซึ่งเป็นผู้บริหารคลังสินค้าและการจัดส่งสินค้าแบบครบวงจรสำหรับธุรกิจ E-commerce เพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาวและลดระยะเวลาการจัดส่งสินค้าสำหรับลูกค้าที่สั่งซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ให้สั้นที่สุด”


“ในปัจจุบันบริษัทยังคงเดินหน้าเพิ่มฐานสมาชิก MC Club ซึ่งในขณะนี้มีจำนวนสมาชิกมากกว่า 650,000 คนและคาดว่าจะถึง 1 ล้านคนภายในหนึ่งปี โดยในไตรมาสนี้จะเริ่มนำ Mobile Application เข้ามาใช้งานเพื่อให้สามารถสื่อสารและนำเสนอ campaign ที่เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละกลุ่มได้อย่างต่อเนื่องตลอดจนเพิ่มความสะดวกรวดเร็วในการเข้าถึงข่าวสารได้ทุกที่ทุกเวลา นอกจากนี้บริษัทยังสร้างการ engagement ผ่านการ Micro และ Nano influencers หลากหลายไลฟ์สไตล์ โดยมีการจัดทำเวิรค์ช้อปเพื่อแลกเปลี่ยนทักษะการถ่ายทอดเรื่องราวไลฟ์สไตล์ต่างๆไปสู่กลุ่มลูกค้าผ่านสื่อดิจิตอลในรูปแบบต่างๆ”


คุณบัณฑิต กล่าวทิ้งท้ายว่า “ทางบริษัทฯเพิ่มงบการตลาดกว่า 20 ล้านบาท เพื่อมุ่งเน้นการสร้างการรับรู้ของแบรนด์และการขยายฐานลูกค้าใหม่สำหรับปีนี้ ซึ่งเป็นส่วนเพิ่มจากค่าใช้จ่ายงบประมาณการตลาดที่ทำผ่านจุดจำหน่ายต่างๆในรูปแบบ Gift with Purchase กิจกรรมร่วมสนุกและส่วนลดพิเศษ รวมกว่า 200 ล้านบาทต่อปี”


บริษัท แม็คกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เป็นผู้บริหารการจัดจำหน่ายสินค้าภายใต้เครื่องหมายการค้า (“แบรนด์”) ของกลุ่มบริษัทเป็นหลัก โดยบริษัทให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการช่องทางการจัดจำหน่าย ในปัจจุบันแบรนด์ของกลุ่มบริษัทประกอบด้วย แบรนด์ Mc, Mc Lady, Mc mini, McT, U-P และ M&C ซึ่งแต่ละแบรนด์มีจุดเด่นและดีไซน์ที่แตกต่างกัน เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดในแต่ละกลุ่มเป้าหมาย