ชมรมอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยในต่างแดน เข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมฉลองความสำเร็จในการจัดงาน “The 5th Thai Festival 2018”
ชมรมอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยในต่างแดน เข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมฉลองความสำเร็จในการจัดงาน “The 5th Thai Festival 2018”
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานวโรกาสให้ ชมรมอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยในต่างแดน เข้าเฝ้าฯ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 21 มีนาคม 2562 เวลา 14.30 น. ณ ศาลาดุสิดาลัย
ในการนี้ นางสาวกิ่งเพชร บุญยงค์ ประธานชมรมอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยในต่างแดน ได้นำคณะนักธุรกิจทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ จำนวน 50 คน จากทั่วโลกเข้าเฝ้าฯ ซึ่งเป็นการเข้าเฝ้าฯ แบบเป็นทางการเป็นปีที่ 5 เพื่อกราบบังคมทูลถวายรายงานรายละเอียดการจัดงาน “The 5th Thai Festival 2018” ที่บัวเกอร์เฮาส์ โครนส์ฮาเก็น เมืองคีล สหพันธรัฐเยอรมนี ในปีที่ผ่านมา พร้อมทั้งร่วมน้อมถวายพระพรเนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ 2 เมษายน
นางสาวกิ่งเพชร บุญยงค์ ประธานชมรมอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยในต่างแดน เผยว่าจากการจัดงาน “The Thai Festival” ที่ผ่านมา เป็นการจัดขึ้นเพื่อช่วยส่งเสริมและอนุรักษ์ภูมิปัญญาของชาติไทยให้คงอยู่สืบไป รวมทั้งเพื่อประชาสัมพันธ์ประเทศไทยให้เป็นที่รู้จักยิ่งๆ ขึ้น
สำหรับงาน “The 5th Thai Festival 2018” ได้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2561 ณ บัวเกอร์เฮาส์ โครนส์ฮาเก็น เมืองคีล สหพันธรัฐเยอรมนี ซึ่งมีผู้เข้าร่วมงานจากทั่วโลกมากกว่า 1 พันคน ภายในงานได้มีกิจกรรมการประกวดต่างๆ, การนวดการกุศล, การแสดงศิลปะวัฒนธรรมไทยจากทั่วโลก, การออกร้านต่างๆ โดยเปิดให้เข้าชมงานฟรี และมีโรงทานในวันงาน นับได้ว่าเป็นการประชาสัมพันธ์ประเทศไทยได้เป็นอย่างดี มีชาวต่างชาติให้ความสนใจเป็นอย่างมาก
นอกจากนี้ยังมีการสอนทำอาหารไทยตำรับชาววัง โดย ผศ.พงษ์ศักดิ์ ทรงพระนาม จากคณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ต.คลองหก อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี, สอนการนวดตอกเส้นเพื่อสุขภาพแบบล้านนา โดย อ.เคน สุรติรสถาพร ซึ่งทั้งสองท่านได้เดินทางจากประเทศไทยบินไปสอนถึงที่ โดยมีประธานเปิดงานคือ คุณหญิงโรส บริบาลบุรีภัณฑ์ ประธานที่ปรึกษามูลนิธิเด็กโสสะในพระบรมราชินูปถัมป์ และที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สโมสรซอนต้าประเทศไทย


ทั้งนี้ในงานดังกล่าว สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ทรงพระราชทานรางวัลถ้วยพระราชทานจำนวน 4 รางวัล ได้แก่ การแข่งขันตำส้มตำ, การแกะสลักผลไม้, การทำกระทง และการผัดไทย ซึ่งพระองค์ซึ่งพระองค์ได้พระราชทานรางวัลแก่ผู้ชนะเลิศในวันที่เข้าเฝ้าฯ อีกด้วย
สำหรับการเข้าเฝ้าฯ ณ ศาลาดุสิดาลัย ในช่วงบ่ายของวันที่ 21 มีนาคมนั้น ชมรมอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยในต่างแดน ได้พร้อมใจกันแต่งกายด้วยชุดไทยสีม่วง อันเป็นสีประจำวันพระราชสมภพของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และหลังจากเข้าเฝ้าฯ แล้ว ทางคณะได้ไปซื้อของที่ระลึกที่ร้านค้าในวังสวนจิตรลดา และที่ร้าน Golden Place ถนนสุโขทัยอีกด้วย
จากนั้นในเวลา 18.00 น. ของวันเดียวกัน ชมรมอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยในต่างแดน จากเมืองคีล ประเทศเยอรมนี ได้จัดงานเลี้ยงฉลอง ณ ห้องหลานหลวง โรงแรมปริ้นเซส ถ.หลานหลวง โดยมี คุณแมน-วทัญทู มุ่งหมาย ทำหน้าที่พิธีกร
ต่อมา น.ส.กิ่งเพชร บุญยงค์ ประธานชมรมอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยในต่างแดน กล่าวถึงวัตถุประสงค์ในการแถลงข่าว ภาษาไทย-เยอรมัน ใจความว่า ทางคณะได้ถวายเงินแด่มูลนิธิชัยพัฒนา, มูลนิธิพระดาบส และมูลนิธิโสสะแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ โดยเป็นการรวมใจทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติจากทั่วโลก อาทิ เยอรมนี, สโลวีเนีย, เนเธอร์แลนด์, สวิสเซอร์แลนด์, สวีเดน, ออสเตรีย, อังกฤษ, กัมพูชา, เมียนมาร์ และประเทศไทย
จากนั้น คุณหญิงโรส บริบาลบุรีภัณฑ์ ประธานกรรมการที่ปรึกษา มูลนิธิโสสะแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ได้กล่าวเปิดงาน พร้อมทั้งนิมนต์เจ้าคุณพระวิเทศปุญญาภรณ์ (เจ้าคุณสวีเดน) เจ้าอาวาสวัดพุทธาราม ประเทศสวีเดน นำชาวคณะอธิษฐานจิตภาวนา พร้อมเชิญชวนชาวคณะจากทั่วโลกร่วมทอดผ้าป่าสนับสนุนการจัดงานสันติภาพโลก ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 30 มิ.ย. 2562 ต่อด้วยการจับรางวัลที่ชาวคณะได้นำรางวัลและของที่ระลึกจากประเทศของตนมาแลกเปลี่ยนเพื่อเป็นสีสัน
ภายในงานยังได้แนะนำผู้เข้าเฝ้าฯ จากทั่วโลก โดยมีตัวแทนนักธุรกิจไทยที่โดดเด่นคือ คุณนฤมลและคุณโยเซฟ พร้อมครอบครัว จากรายการ “Bauer sucht Frau” (ชาวนาหาคู่) รายการประเภทเรียลลิตี้โชว์ซึ่งผลิตรายการโดยบริษัท Magis TV GmbH ซึ่งเป็นรายการที่ดังมากที่ประเทศเยอรมนี นอกจากนี้ยังได้รับเกียรติจากรายการทีวีช่อง RTL ซึ่งเป็นรายการทีวีอันดับ 1 ของประเทศเยอรมนี มาร่วมรายงานข่าวและร่วมเข้าเฝ้าฯ ด้วย
เหรียญที่ระลึก
เมื่อถึงเวลาประมาณ 19.40 น. ชาวคณะได้พร้อมใจกันรับชมข่าวในพระราชสำนักที่ได้เผยแพร่ภาพข่าวการเข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในช่วงบ่ายของวันนั้น ซึ่งยังความปลื้มปีติมายังชาวคณะทุกคน






