เปียทิพย์ คุ้มวงศ์ ทำบุญกับหมา...ทำให้ใจไม่เป็นทุกข์

เปียทิพย์ คุ้มวงศ์ ทำบุญกับหมา...ทำให้ใจไม่เป็นทุกข์

 

 

 

 

เรื่อง : สุทธิคุณ กองทอง   ภาพ :  นัทพล ทิพย์วาทีอมร

 

เปียทิพย์ คุ้มวงศ์

ทำบุญกับหมา...ทำให้ใจไม่เป็นทุกข์

 

"เปียทิพย์ คุ้มวงศ์" อดีตดาวยั่วที่โด่งจากภาพยนตร์หลายเรื่องจนได้รับรางวัลมากมาย ปี ๒๕๑๗ ได้รับรางวัลพระสุรัสวดี (ตุ๊กตาทอง)ผู้แสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม -ภาพยนตร์เรื่อง ตลาดพรหมจารี ของ ๖๗ การละครและภาพยนตร์ และปี ๒๕๒๐ ได้รับผู้แสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยมจากภาพยนตร์เรื่อง เงาราหู

 

ความสำเหร็จในชีวิตการแสดงนั้น เปียทิพย์ บอกว่า เกิดจากการทำการบ้านอย่างสม่ำเสมอ เช่น เล่นเป็นคนบ้า ก็จะนำภาพที่ได้ไปนั่งสังเกตพฤติกรรมของคนบ้ามาปรับใช้กับการแสดง ระหว่างขับรถเห็นคนบ้าก็จะแอบตามพุ่มไม้แล้วจะสังเกตพฤติกรรมของเขาว่า เขาบ้าจริงไหม บางคนบ้าแล้วยังใส่เสื้อผ้าคนเหล่านี้ก็น่ายังมีสติอยู่บ้าง จากการสังเกตดังกล่าวก็ทำให้นำไปปรับใช้กับการแสดงจนสามารถตีบทแตก

 

ปัจจุบันเปียทิพย์ไม่ได้มีงานแสดงชุกเหมือนในอดีตทำให้มีเวลาที่ทำบุญสร้างกุศลให้กับตัวเอง ด้วยการทำอาหารเลี้ยงสุนัขที่มีคนนำมาทิ้งไว้หน้าบ้านประมาณ ๘ ตัว แล้วยังนำอาหารที่ทำทุกเข้าเดินออกไปให้สุนัขจรจัดที่ต่างเฝ้ารออาหารอยู่ในละแวกใกล้บ้านอีกหลายซอย ทำแบบนี้มาเป็นเวลากว่า ๑๐ ปี ค่าอาหารที่ทำก็ตกเดือนละหมื่นบาท

 

เปียทิพย์ เล่าว่า สมัยก่อนไม่รู้เป็นอย่างไรถึงได้ชอบนำสุนัขที่ป่วย พิการมาปล่อยไว้หน้าบ้าน บางคนก็นำมาทิ้งไว้ในถังขยะหน้าบ้าน ภาพที่เราเห็นก็ทนไม่ได้จึงนำมาเลี้ยงดูแลจนแข็งแรงเกิดความผูกพันจะเอาไปปล่อยก็ทำใจไม่ได้ จึงได้เลี้ยงเอาไว้ในบ้านประมาณ ๘ ตัว แล้วสุนัขเหล่านี้แสนรู้ ขนาดไม่สบายพวกเขาก็เหมือนเขารู้ก็จะเข้ามาตะกุยตะกาย บางคนเห็นเราเดินทางออกจากบ้านบางตัวก็นั่งรอนั่งมองเราอยู่ตลอดเวลา 

 

หากวันไหนไปกองถ่ายก็จะขอเศษอาหารมาฝากสุนัขเหล่านี้เป็นประจำ ทำให้ช่วยลดค่าใช้จ่ายลงได้บ้าง ส่วนชีวิตประจำวันถ้าไม่ต้องไปกองถ่ายช่วงเช้า ก็จะตื่นประมาณตีสามหรือตีสี่เพื่อลุกขึ้นมาทำอาหารให้กับสุนัขเหล่านี้ พอทำเสร็จก็จะเดินออกไปให้กับสุนัขจรจัดที่อยู่ในซอยบ้าน และซอยใกล้เคียง ทำแบบนี้มานานนับสิบปีแล้ว ดังนั้น คิดว่าการทำแบบนี้เป็นเหมือนการให้ทานอย่างหนึ่ง ที่เราได้เน้นให้ทานกับคนขอทาน ตรงนี้เชื่อว่าคนเราสามารถทำมาหากินช่วยตัวเองได้

 

"แม้เขาบอกว่าทำบุญแล้วอย่าได้หวังสิ่งใดตอบแทน ในใจกลับหวังอยู่อย่างเดียวว่า บุญนี้ที่ได้ทำจะได้ไม่อดไม่อยาก ทำแล้วเป็นความสุขทางใจอย่างหนึ่ง เนื่องจากได้เห็นสุนัขบางตัวเดินขุ้ยเขี่ยหาอาหารตามทาง ขุ้ยเท่าไหร่ก็ไม่พบอาหาร มองแล้วมีความรู้สงสารสุนัขตัวนั้น ทุกวันนี้สุนัขต่างก็จะนั่งรอเราว่าวันนี้จะนำอาหารมาให้ไหม" เปียทิพย์กล่าว 


ทุกวันนี้นักแสดงอาวุโสใช้ชีวิตยังสมถะเรียบง่ายไม่ยึดติดกับวัตถุสิ่งของ ยิ่งได้พูดคุยกับคนทรงเจ้าท่านหนึ่งได้สอนว่า ชีวิตเราอย่าไปยึดติด แม้เดินทางไปต่างประเทศท่านก็บอกว่าเราอย่าไปคิดว่าสุนัขเหล่านี้จะอยู่กินอย่างไร เพราะเราคิดแบบนี้ก็จะเกิดความทุกข์ ทุกวันนี้จึงไม่ยึดติดอะไรทั้งสิ้น เสื้อผ้าที่ใช้ก็ตามความพอดี ดำรงชีวิตอยู่ด้วยความพอดีไม่ฟุ่มเฟือย ตราบใดเมื่อเราตายไปก็จะต้องให้ใจบริสุทธิ์ แต่ถ้าเรายังยึดติดพอเราตายไปจิตใจเราก็เป็นทุกข์ ใจก็ไม่เป็นความสุข

ท่านบอกว่าถ้าใจไม่ยึดติดบวกกับเราเป็นคนดีไม่เคยทำบาป พอเราตายลงวิญญาณก็จะล่องลอยไปบนสรวงสวรรค์ แต่ถ้าเรายึดติดจิตใจก็จะล่องลอยไปไหนไม่ได้ ยิ่งได้อ่านหนังสือธรรมะ ตายแล้วไปไหน ได้อ่านเรื่องราวของนายทหารท่านหนึ่ง ที่เขาเคยบอกกับคนรอบข้างว่าเขาจะตายแล้วจะฟื้นวันไหน แล้วได้มาเล่าถึงนรกสวรรค์ แล้วให้ทุกคนเร่งทำบุญ เพราะได้เห็นนรกแล้วทรมานมากๆ กระทั่งครั้งที่ ๓ เขาก็บอกว่าจะตายแล้วจะไม่ฟื้น นายทหารท่านนี้ก็ไม่ฟื้นจริงๆ

"เรื่องราวของหลายคนที่ได้อ่านว่าตายแล้วไปไหน บางคนก็เล่าไว้ในหนังสือว่าคนเราตายจะไปสวรรค์หรือนรกอยู่ที่เราทำบุญ ตรงนี้พอได้อ่านแล้วก็เชื่อว่า ภพหน้า ชาติหน้าต้องมีจริง เมื่อคิดได้แบบนี้ก็ทำให้เราอยากที่จะทำบุญ สะสมบุญไว้ในภายหน้า เราไม่รู้ว่าวันนี้หรือวันพรุ่งนี้เราจะอยู่หรือเปล่า อะไรที่เราทำบุญได้ก็อยากให้ทุกคนได้ทำ" เธอเชื่อชาติหน้ามีจริง

 

อย่างไรก็ตาม พระเครื่องจากสมัยก่อนเคยที่จะแขวนติดตัวเป็นประจำก็จะมีพระนางพญา แขวนอยู่บ่อยครั้งไม่รู้ว่าลืมเอาไว้ตรงไหน ทำให้วันนี้ไม่แขวนพระ เนื่องเชื่อว่าพระอยู่ในใจเดินทางไปไหนก็จะขอพรให้องค์ท่านคุ้มครองในระหว่างที่เราเดินทาง ยิ่งขับรถไปกองถ่ายหรือไปไหนก็ตาม ถ้าผ่านในเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็จะยกมือไหว้แบบไม่อาย เชื่อไหมว่าตั้งแต่ขับรถยนต์มาไม่เคยประสบอุบัติเหตุเลย หรือถ้ามีรถเสียบ้างก็จะเสียอยู่แถวบ้านเท่านั้น

 

"ชีวิตมีวันนี้ได้นับว่าโชคดีที่เป็นที่รู้จักของคนไทย เราเองคิดว่าหลายคนยังไม่ลืมสิ่งที่เราอยู่ในโลกมายาก็เพราะว่า เราไม่ได้เป็นหยิ่ง ชีวิตก่อนเข้าวงการเป็นอย่างไร วันนี้ชีวิตก็ยังเหมือนเดิม แม้ว่าโลกมายาจะไม่ยั่งยืน แต่เราต่างหากที่จะต้องรู้ประมาณตัวเอง เข้าใจในหลักกฎแห่งกรรม เพียงเท่านี้ชีวิตเราก็จะมีความสุข" เปียทิพย์กล่าวทิ้งท้าย

 

หมายเหตุ ประชาชน หรืออดีตแฟนภาพยนตร์คุณเปียทิพย์ที่จะร่วมบริจาคปัจจัยในการซื้ออาหารให้กับสุนัข สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร.๐-๒๓๙๙-๒๒๑๔

"สะสมบุญไว้ในภายหน้า เราไม่รู้ว่าวันนี้หรือวันพรุ่งนี้เราจะอยู่หรือเปล่า อะไรที่เราทำบุญได้ก็อยากให้ทุกคนได้ทำ"