เจ้าสัวบุญชัยมีสิทธิจะคิดแบบนั้น?

เจ้าสัวบุญชัยมีสิทธิจะคิดแบบนั้น?

 

 

เขาถามมา เราก็ควรมีน้ำใจตอบเขา ในขณะที่คุณคิดว่า เจ้าสัวบุญชัยมีสิทธิจะคิดแบบนั้น ทำไมคุณไม่คิดบ้างล่ะว่า คนอื่นๆ ก็มีสิทธิจะคิดกับเจ้าสัวบุญชัยไปอีกแบบ  แต่ประเด็นสำคัญ มันไม่ใช่เรื่องสิทธิ แต่เป็นเรื่องของการ "เคารพกฎหมาย" และ "ให้ความร่วมมือ" กับกระบวนการยุติธรรม ร้อยวันพันปี เจ้าสัวบุญชัยไม่เคยออกโรงชวนคนไปปฏิบัติธรรมแบบนี้ ครั้งนี้เกิดคึกอะไร ออกมาชวนให้คนไปกันเป็นล้าน

 

ในฐานะของคนที่มีการศึกษา และมีฐานะชนิดไม่ต้องขอใครกินก็อยู่ได้ สังคมจึงคาดหวังกับเจ้าสัวบุญชัยว่า น่าจะเป็นหลักทาง "สติปัญญา" ให้แก่หมู่ศิษย์ที่กำลังงมงาย โป้ปด และขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่บ้านเมือง แต่เมื่อเห็นเจ้าสัวกระทำตรงกันข้าม ราวกับคนอับปัญญา เขาก็ย่อมผิดหวัง รังเกียจ และแสดงออกอะไรบางอย่างในขอบเขตที่เขาทำได้ ก็เท่านั้นเอง 

 

ธัมมชโย ถูกกล่าวหาว่า "สมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และรับของโจร" ซึ่งลูกศิษย์บอกว่าหลวงพ่อบริสุทธิ์ เชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ของหลวงพ่อ ทำไมไม่เอาหลวงพ่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมล่ะ กลับระดมคนมาวัด อ้างว่ามาปฏิบัติธรรม เพื่อปัดเป่าปัญหา มลทินที่ถูกใส่ร้าย และความเข้าใจผิด ให้หลวงพ่อ ถามว่ามันถูกต้องไหม ฉลาดไหม ตรงไปตรงมาไหม 

 

อ้างว่าหลวงพ่ออาพาธ ทำไมไม่เข้าโรงพยาบาล ทำไมไม่แถลงอาการอาพาธอีกเลย ใบรับรองแพทย์ที่ยื่นให้ดีเอสไอ ให้ศาล ก็เป็นใบรับรองแพทย์ที่ "ทำขึ้นเอง" โดยใช้เอกสารของทางราชการ พร้อมตราประทับ ทั้งๆ ที่คนไข้ไม่เคยเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล ทำไมลูกศิษย์ไม่รู้สึกอับอาย ขยะแขยง ว่าพระแก่ๆ กับหมอระดับรองผู้อำนวยการโรงพยาบาล ทำไม สมคบกันออกใบรับรองแพทย์ที่ไม่ถูกต้องออกมา ศีลข้อมุสา ยังรักษาไม่ได้เลย ทำไมพวกคุณยังจะปกป้องคนแบบนี้

 

หากพวกคุณเป็นชาวพุทธ คุณควรศึกษาแก่นแท้ของพระพุทธศาสนา ซึ่งไม่ได้เอาการนั่งสมาธิมามอมเมาคน แต่ทำสมาธิเพื่อความสงบระงับ อันจะนำไปสู่ "ความมีสติ" แล้วนำไปสู่ "ปัญญา" ไม่ใช่พากันมานั่งสมาธิ ทั้งๆ ที่รู้อยู่แก่ใจว่า กำลังขัดขวางกระบวนการพิสูจน์ข้อเท็จจริง แล้วนำไปสู่ความลุ่มหลง-หลงผิด-ติดยึด ปกป้องตัวคน มากกว่าปกป้องหลักธรรมและหลักการที่ถูกต้องของบ้านเมือง

 

เมื่อนายบุญชัย ซึ่งยังนั่งในตำแหน่ง "ประธานกรรมการบริหาร" ของ dtac ทำอย่างนี้ สังคมก็ไม่ไปยุ่งกับตัวบุคคล ไม่คุกคาม ไม่ข่มขู่ ไม่ยิงเอ็ม 79 แต่เขาทำในสิ่งที่เรียกว่า "การลงโทษทางสังคม" คือ คิดจะย้ายค่ายโทรศัพท์มือถือกัน นั่นเป็นสิทธิอันชอบธรรมของคนจ่ายเงินไม่ใช่หรือ ว่าเขาอยากจะจ่ายให้ใคร

 

มันจึงเป็นเรื่องน่ารังเกียจ ที่เห็นเจ้าสัวออกมาปกป้องคนที่มีมลทิน แล้วไม่กล้าหาญที่จะยืนยันความบริสุทธิ์ตามกระบวนการ ขาดความสามารถที่จะแยกแยะ "ถูก-ผิด-ดี-ชั่ว" วัดซึ่งล้อมลวดหนาม ปิดประตู เหลือทางเข้าออกอยู่เพียงรูเดียว ปากก็พูดทุกวันว่ากลัวมือที่ 3 มือที่ 3 จะมาจากไหน ทุกวันนี้ หมาสักตัวจากนอกวัด จะเข้าไปในวัดยังไม่ได้เลย มีแต่พวกคุณที่แห่แหนกันเข้าไป แล้วยังปลุกระดมคนให้มารวมกันอีก มันผิดปกติวิสัยไหมล่ะ ธรรมดาที่ไหนที่มีความเสี่ยง เขาจะ "กันคนออกไป" ไม่ใช่เรียกคนเข้ามา เพื่อง่ายต่อการดูแลสถานการณ์ ยิ่งมีความเสี่ยง ยิ่งต้องให้เจ้าหน้าที่บ้านเมืองเข้าไปดูแล ไม่ใช้ล้อมวัดตัวเองแน่นหนาขนาดนั้น คนเขาดูพฤติกรรมเขาก็รู้แล้วว่า ตอแหลทั้งนั้น

 

สังคมจึงมีสิทธิ์วิพากษ์วิจารณ์ ในขอบเขตที่ไม่ดูหมิ่น หมิ่นประมาท หรือข่มขู่ แต่วิจารณ์ได้ว่า ในทางพุทธ สิ่งที่เจ้าสัวสะท้อนออกมา เป็นผู้มีปัญญาแล้วพุทธไหม การกระทำของเขาถูกต้อง ไหม การเชิญชวนของเขาสะท้อนปัญญาไหม และการปกป้องผู้ต้องหาที่มีหมายจับ ผิดทั้งกฎหมายและค่านิยมของสังคมใช่ไหม  ทั้งหมดที่ว่ามา จึงนำมาสู่ปฏิกิริยาของสังคมที่มีต่อเจ้าสัวครับ!!

 


 

 

 

จิตกร บุษบา 

นักจัดรายการ นักเขียน และคอลัมนิสต์การเมือง