“Export Garment Fair มหกรรมช้อปให้แหลกแล้วแบกกลับบ้าน” ครั้งที่ 37

“Export Garment Fair มหกรรมช้อปให้แหลกแล้วแบกกลับบ้าน” ครั้งที่ 37

 

 

 

 

“Export Garment Fair มหกรรมช้อปให้แหลกแล้วแบกกลับบ้าน” ครั้งที่ 37

 


สมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย (TGMA) ร่วมกับ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) นำผู้ผลิตเสื้อผ้าแบรนด์ดังเพื่อการส่งออกกว่า 80 บริษัท จัดแคมเปญช้อปช่วยชาติ เพื่อกระตุ้นการซื้อสินค้าของคนในประเทศ ให้มาช้อปสินค้าราคาพิเศษกว่าที่ไหนๆ อาทิ เสื้อยืด, เสื้อโปโล, เสื้อโค้ท, แจ็คเก็ต, ยีนส์, หมวก, ถุงเท้า, ชุดกีฬา, กระโปรง, สูทและอีกมากมาย


เริ่มต้นแล้วกับงาน Export Garment Fair มหกรรมช้อปให้แหลกแล้วแบกกลับบ้าน ครั้งที่ 37 ที่ได้นำสมาชิกของสมาคมฯ ที่เป็นผู้ผลิตสินค้าแบรนด์ต่างๆ นำเสื้อผ้ามาจำหน่ายและจัดโปรโมชั่นพิเศษภายในงาน เพื่อกระตุ้นการซื้อสินค้าของคนในประเทศและต้องการช่วยให้คนไทยได้มีโอกาสได้ใช้สินค้าที่มีคุณภาพและเป็นสินค้าส่งออกที่ได้รับการยอมรับจากลูกค้าต่างประเทศในราคาที่ไม่แพง ทั้งนี้ก็เพื่อขอบคุณลูกค้าที่ให้การสนับสนุนในการซื้อสินค้าภายในงานมาตลอดหลายปี งานจำหน่ายสินค้าจะมีตลอด 10 วัน ระหว่างวันที่ 19-28 ธ.ค. 61 นี้ ณ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ถ.รัชดาฯ คาดเงินสะพัดมูลค่ากว่า 20 ล้านบาท


นายจักรินทร์ โกมลศิริ ผู้อำนวยการสำนักประชาสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กล่าวในพิธีเปิดงานวันนี้ (วันศุกร์ที่ 19 ตุลาคม 2561) ว่า “อุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทยจัดว่าเป็นอุตสาหกรรมที่มีบทบาทและมีความสำคัญในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของไทยอุตสาหกรรมหนึ่ง ที่ผ่านมาแม้ว่าจะประสบกับวิกฤติเศรษฐกิจและปัญหาต่างๆ มากมาย อาทิ การขึ้นค่าแรง การขาดแคลนแรงงาน รวมถึงความสามารถในการแข่งขันของประเทศคู่แข่งที่เพิ่มสูงขึ้น แต่อุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทยก็สามารถปรับตัวและพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งมีศักยภาพในการแข่งขันและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ในส่วนของภาครัฐฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ได้กำหนดยุทธศาสตร์ด้านการตลาดและการพัฒนาการส่งออก รวมทั้งกลยุทธ์ในเรื่องต่างๆ เพื่อสนับสนุนและผลักดันให้เกิดการค้าระหว่างประเทศ โดยส่งเสริมผู้ประกอบการไทยในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ มีการสร้างมูลค่าเพิ่ม การสร้างตราสินค้า นวัตกรรมสร้างสรรค์ใหม่ๆ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของตลาดมาโดยตลอด


นอกจากนี้ กรมฯ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีบทบาทและภารกิจหลักในการพัฒนาและส่งเสริมการส่งออกของประเทศ ยังได้ให้การส่งเสริมผู้ประกอบการไทยในการขยายตลาดสินค้าและบริการออกสู่ตลาดต่างประเทศ เน้นการพัฒนาขีดความสามารถและศักยภาพในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายย่อย (SMEs) ให้สามารถก้าวสู่เวทีการค้าในตลาดอาเซียนและตลาดโลก และเป็นที่ยอมรับของผู้ซื้อในต่างประเทศ และเพื่อเพิ่มมูลค่าและปริมาณการส่งออกของประเทศไทย และผลักดันการขยายตัวของการส่งออกในเชิงรุก อีกทั้งยังมีภารกิจในการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างภาพลักษณ์ของสินค้าไทย และประเทศไทยในฐานะเป็นผู้ผลิตที่มีความพร้อมในการให้บริการแก่ผู้ซื้อทั่วโลกด้วยสินค้าที่มีคุณภาพสูงกิจกรรมส่งเสริมการส่งออกสินค้าแฟชั่นที่สำคัญของกรมฯ


งานหนึ่ง คือ การจัดงานแสดงสินค้า Bangkok International Fashion Fair and Bangkok International Leather Fair (BIFF&BIL) ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว เป็นครั้งแรกที่ได้มีการจัดงาน BIFF&BIL รวมอยู่ในงาน STYLE (งานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์มิติใหม่ที่ยิ่งใหญ่และครบครันที่สุดในภูมิภาค) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการทั้งรายเล็กและรายใหญ่ โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs และ Start Up ได้เจรจาการค้ากับผู้ซื้อสินค้าจากทั่วโลก สามารถนำผู้ซื้อรายใหม่ๆ มาพบผู้ผลิตและผู้ส่งออกของไทยก่อให้เกิดมูลค่าการสั่งซื้อเกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยได้จัดงาน STYLE ต่อเนื่องมาเป็นครั้งที่ 3 ระหว่างวันที่ 17-21 ตุลาคม 2561 นอกจากนี้ยังมีโครงการ SMEs-Proactive ระยะที่ 3 ที่สนับสนุนส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยได้มีโอกาสไปแสดงสินค้าในต่างประเทศ เพื่อเพิ่มมูลค่าการส่งออกและเพื่อขยายการส่งออกไปยังตลาดใหม่ๆ อีกด้วย


การจัดงานแสดงสินค้า “EXPORT GARMENT FAIR ครั้งที่ 37 ภายใต้ธีม มหกรรมช้อปให้แหลกแล้วแบกกลับบ้าน” ของสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทยในวันนี้ นับว่าเป็นกิจกรรมที่ดีกิจกรรมหนึ่ง ที่นอกจากจะทำให้คนไทยได้มีโอกาสใช้สินค้าคุณภาพสูง ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกที่ได้รับการยอมรับจากลูกค้าต่างประเทศด้วยราคาที่ไม่แพงจากฝีมือคนไทยด้วยกันเองแล้ว ยังเป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศได้อีกทางหนึ่งด้วย ซึ่งเป็นกิจกรรมที่กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ได้ให้การสนับสนุนสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทยซึ่งเป็นผู้จัดงานมาโดยตลอด รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศกล่าว


ด้าน นายธีระ ธนะกาญจนสุทธิ์ เลขาธิการสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย (TGMA) กล่าวว่า สถานการณ์ส่งออกสินค้าเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มในปีนี้ มีการปรับตัวไปในทิศทางที่ดีขึ้น จากยอดส่งออกที่ลดลงเมื่อสองปีก่อน โดยในปีนี้สมาคมเอง ได้เน้นการสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ผู้ประกอบการ โดยการหาเทคโนโลยี นวัตกรรม ที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพทั้งในด้านการผลิตการบริหาร และการตลาด มานำเสนอให้กับสมาชิก เพื่อพาสมาชิกก้าวเข้าสู่ยุค Thailand 4.0 รวมทั้งการนำสมาชิกผู้ประกอบการไปออกงานแสดงสินค้าในต่างประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะตลาดที่ผู้ประกอบการมองว่าเป็นตลาดในอนาคตของอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่ม อาทิเช่น ญี่ปุ่น อาเซียน รวมไปถึงประเทศจีน เกาหลี หรือไต้หวัน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าอุตสาหกรรมจะทิ้งตลาดหลักเดิมอย่างสหรัฐอเมริกาหรือสหภาพยุโรป เพียงเป็นการมองหาตลาดใหม่ มาเสริมเพิ่มเติมให้แก่สมาชิกของสมาคมและอุตสาหกรรมโดยรวม ผ่านการสนับสนุนจากกรมฯ นอกจากนี้ สมาคมฯ ยังได้มีส่วนร่วม ในงาน STYLE 2019 ซึ่งจัดเป็นครั้งที่ 3 โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ที่เพิ่งจะเริ่มงานไปเมื่อวันพุธที่ 17 ตุลาคม ที่ผ่านมา


สำหรับงานแสดงสินค้า “Export Garment Fair” นั้น เป็นงานแสดงสินค้าที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อให้สมาชิกมีช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้ามากขึ้น และยังเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคได้มีโอกาสเลือกซื้อสินค้าเสื้อผ้าสำเร็จรูปที่มีคุณภาพ อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศอีกด้วย การจัดงานในปีนี้ ทางสมาคมฯ ได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดงานใหม่ ภายใต้ธีม “มหกรรมช้อปให้แหลกแล้วแบกกลับบ้าน” โดยมีการแบ่งโซนตามชนิดสินค้าเพื่อให้ง่ายกับผู้มาเยี่ยมชมงาน อีกยังได้เปิดโอกาสให้กับผู้ประกอบการสินค้าไลฟ์สไตล์อื่นๆ ได้เขามานำเสนอสินค้าเพื่อเป็นทางเลือกอีกด้วย นอกจากนี้ ยังได้ปรับภาพลักษณ์ของงานให้ดูทันสมัยและสดใสมากขึ้น เพื่อสร้างความแตกต่าง และความโดดเด่น แต่ยังคงรักษาคุณภาพมาตรฐานและคงไว้ซึ่งบรรทัดฐานเดิมของวัตถุประสงค์ในการจัดงาน


โดยการจัดงานในครั้งนี้ มีผู้แสดงสินค้าที่เข้าร่วมงานประมาณ 80 บริษัท หรือประมาณ 180 คูหา ในพื้นที่ของ Hall 1 และ HALL 2 การจัดงานแสดงสินค้า “Export Garment Fair ครั้งที่ 37” จะดำเนินมาไม่ได้เลยหากขาดการสนับสนุนและความร่วมมืออันดีจากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ สื่อมวลชน และผู้ร่วมงานทุกท่าน ณ ที่นี้ กระผมในนามตัวแทนของสมาคมฯขอขอบพระคุณทุกท่านที่ส่งเสริมและสนับสนุนด้วยดีมาโดยตลอด นายธีระ กล่าว