ส.ส.9 สมัย สุรพล เกียรติไชยากร จิตอาสา เสียสละ จริงใจนักการเมืองอาวุโสเพื่อไทย

ส.ส.9 สมัย สุรพล เกียรติไชยากร จิตอาสา เสียสละ จริงใจนักการเมืองอาวุโสเพื่อไทย

 

 



 

CHANGE in-your-life เรื่อง : ปราริชาติ ปลื้มจิตต์ตระกูล

 

 

..9 สมัย สุรพล เกียรติไชยากร จิตอาสา เสียสละจริงใจนักการเมืองอาวุโสเพื่อไทย..พร้อมรับใช้ประชาชนคนเชียงใหม่ บนเส้นทางการเมืองอันยาวไกล..ฝากคุณูปการไว้..จารึกในแผ่นดินถิ่นเมืองทองของแดนไทย.

 

 

 

 

 

     นายสุรพล เกียรติไชยากร ในวัย 83 ปี ปัจจุบัน ยังคงทำงานเป็นส..จิตอาสา เขตจังหวัดเชียงใหม่ เล่าว่า เข้าสู่การเมืองตั้งแต่ปีพ..2535 ต่อเนื่องมาจนปีพ..2562 หลังจากการเลือกตั้งเสร็จสิ้นแล้ว..เกิดอุบัติเหตุทางการเมือง ทั้งที่ได้ตนเองคะแนนเสียงถึง52,165 คะแนน เป็นคะแนนบริสุทธิ์ที่ประชาชนให้การสนับสนุน ตั้งแต่เป็นนักการเมืองมา ลงสมัครผู้แทนราษฏรยืนยันว่าไม่เคยใช้เงินซื้อเสียง อยู่กับประชาชนเหมือนเป็นครอบครัว ดูแลเอาใจใส่เหมือนกับญาติ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นกับผมเนื่องจากว่า วันที่ 14 กุมภาพันธ์ เป็นวันที่ผมขึ้นไปพบครูบาไสย์ ที่วัดดอยพระเจ้า เพื่อถวายปัจจัยในการทำเทียนบูชา เป็นความเชื่อของทางภาคเหนือ เรียกว่าเทียนบูชาสืบชะตาสะเดาะเคราะห์และบูชาชนม์เพื่อชนะในการเลือกตั้ง อีกส่วนหนึ่ง ด้วยวันที่15กุมภาพันธ์ เป็นวันเกิดตัวเองได้ไปถวายปัจจัยเพื่อขอพร เป็นสิริมงคล แต่ก็ถูกกลั่นแกล้งทางการเมือง มีการตัดต่อภาพอะไรต่างๆ ในที่สุดทางคณะกรรมการการเลือกตั้งหรือ กกต.เชียงใหม่เสนอเรื่องเพื่อให้ กกต.ส่วนกลางพิจารณา โดยขาดการไตร่ตรองอย่างรอบคอบ ชี้ขาดให้ใบส้มทันที 

 

ซึ่งเป็นใบส้มประวัติศาสตร์ทางการเมืองเป็นครั้งแรกของประเทศไทย และเป็นส..คนเดียวจริงๆ ครับที่โดนใบส้ม ซึ่งในตอนนั้นก็รู้สึกท้อแท้ เพราะเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมืองเพราะผมอยู่พรรคเพื่อไทย แต่อย่างไร้ก็ตามด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจ เมื่อไม่ได้เข้าสภาเราก็ไปพึ่งบารมีทางศาล เชื่อว่าศาลยังคงความสถิตย์ยุติธรรม จึงได้ทำการฟ้องร้องไปยังศาลฎีกาคดีแผนกเลือกตั้ง ที่สุดแล้วศาลมีคำสั่งยกคำร้อง คือเราไม่ผิด เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ผ่านมา ในปี พ..2563 หลังจากเลือกตั้งแล้ว"

 

 

 

 

     นายสุรพล เกียรติไชยากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทยเกิด วันที่ 15 กุมภาพันธ์ ..2482 ภูมิลำเนา อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นนักการเมืองชาวเชียงใหม่ที่ได้รับการเลือกตั้งมากที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ของการเมืองระดับประเทศไทย

 

      นายสุรพล บอกว่าด้วยอุดมคติทางการเมือง และจุดยืนทางการเมืองที่มั่นคงโดยยึดเอาพี่น้องประชาชนเป็นครอบครัว ผมเอาหัวใจไปไว้ที่ประชาชน แม้ไม่ได้ทำงานในรัฐสภา ผมก็ยังทำงานต่อเนื่องตั้งแต่วันที่โดนใบส้มเป็นต้นมา และด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะเป็นผู้แทนราษฎรที่ดีของประชาชนและด้วยความมีจิตอาสาตั้งแต่เริ่มแรกเพราะเราสมัครมาทำงานให้กับประชาชน ประชาชนไว้วางใจแล้วก็ให้ทำหน้าที่เป็นผู้แทนราษฎร..ในชีวิตผมได้น้อมนำพระราชดำรัสเป็นรากฐานการดำเนินชีวิต..โดยยึดเอาพระราโชบายของพระเจ้าอยู่ รัชกาลที่๙ ซึ่งทรงรับเอากิจการลูกเสือชาวบ้านไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ ซึ่งผมรับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาทโดยการเป็นประธานลูกเสือชาวบ้าน “ลูกเสือชาวบ้านนั้นมีอุดมการณ์ในการมีความเป็นพี่เป็นน้องไม่แบ่งชั้นวรรณะไม่มียากดีมีจน เอาความเป็นพี่เป็นน้องเป็นหลัก ผมจึงเอาหลักการนี้มาใช้ในการการเมือง"

 

 

 

  

     การได้รับเลือกตั้งเป็นส..9สมัยและครองใจประชาชนมายาวนาน นั้น ..9สมัยบอกว่า ด้วยมูลเหตุเบื้องต้นในการที่มีจิตอาสา และยึดหลักความเสียสละ รวมทั้งเป็นกันเองกับประชาชน โดยประชาชนเปรียบเสมือนเป็นพี่เป็นน้อง และผมเกิดที่อำเภอจอมทองซึ่งเป็นบ้านเกิดครับ จึงสมัครอาสารับใช้พี่น้องในพื้นที่ สมัยก่อนมีพื้นที่เขตเลือกตั้งถึง 10 อำเภอ โดยในปีพ..2535 ผมลงสมัครรับเลือกตั้งในนามของพรรคสามัคคีธรรม อดีตผมไม่ได้เป็นนักการเมืองมาก่อน แต่โดยการชักชวนของท่าน สมชายคุณปลื้ม หรือกำนันเป๊าะ ที่คนส่วนใหญ่รู้จักแต่วันนี้ท่านไปอยู่สรวงสวรรค์แล้ว เป็นผู้บุกเบิกชักนำการเมืองให้ผม ท่านบอกถ้าเป็นลูกเสือชาวบ้านจิตอาสาอย่างเดียวไม่พอเพราะไม่สามารถจะเอาเงินมาพัฒนาท้องถิ่นพัฒนาบ้านเกิดเมืองนอนได้ จึงตัดสินใจลงสมัครผู้แทนราษฏรเป็นครั่งแรกในนามของพรรคสามัคคีธรรมแต่สังกัดจังหวัดชลบุรีโดยกำนันเป๊าะเป็นผู้นำสมัยแรก

 

     สำหรับปัญหาวิกฤติโควิด19 ซึ่งส่งผลกระทบกับประชาชนในช่วง2ปีที่ผ่านมา  ท่านส..บอกว่าโรคโควิดเป็นมหันตภัยที่รุนแรงมาก 2 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยประสบปัญหานี้ ประชาชนประสบกับชะตากรรมอย่างรุนแรง และขอเรียนว่าผมไม่ได้ทิ้งประชาชน ในช่วงแรกได้นำเงินส่วนตัวซื้อนำยานาโนแจกจ่ายเพื่อให้ประชาชนไว้ฉีดตามบ้าน ตามหอประชุม และในหมู่บ้าน ผมใช้เงินส่วนตัวและทำหน้าที่จิตอาสา เอาทีมอาสาสมัครของเราไปทำงานให้กับประชาชน ในการป้องกัน จากนั้นก็นำเอานโยบายของกระทรวงสาธารณสุขในการที่จะต้องดูแลตัวเองให้กินอาหารร้อน ช้อนกลาง นั่งแบบมีระยะห่าง สวมใส่หน้ากากอนามัยไว้เสมอ และหมั่นล้างมือ เอาข้อมูลนี้ไปแนะนำและให้ความรู้แก่ชาวบ้าน 

 

พร้อมนำหน้ากากอนามัยไปแจก สำหรับครอบครัวที่ถูกกักตัวหรือติดโควิดที่ต้องถูกกักตัวประมาณ 10วัน พวกเขาไม่สามารถออกมาทำมาหากินได้ จากเดิมที่ต้องประสบปัญหาเรื่องเศรษฐกิจตกต่ำจากการบริหารงานของรัฐบาลนี้อยู่แล้ว ประกอบกับมีโรคโควิด ประชาชนก็ยิ่งลำบาก สิ่งเดียวที่เราช่วยได้คือเอาน้ำใจไปให้ โดยจัดถุงยังชึพ ข้าวสารอาหารแห้ง น้ำดื่ม และเชิญชวนผู้ใจบุญมาร่วมทุนทำบุญด้วยกัน

 

     คติประจำใจของผมทุกวันนี้ คือ มุ่งมั่นทำงานเพื่อประชาชนด้วยความตั้งใจและจริงใจ ในวัย 83 ปีที่ยังมีสุขภาพแข็งแรงลงพื้นที่ได้ทุกวันนี้ เพราะผมเชื่อว่าเป็นบุญกุศลที่เราทำให้กับประชาชน ผมเป็นลูกศิษย์หลวงปู่ครูบาทอง สิริมังตโลพระอริยสงฆ์อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร ท่านให้คติเตือนใจเสมอว่า การทำจิตใจให้เป็นธรรมะ คือการช่วยเหลือประชาชน ซึ่งเป็นการทำบุญทำกุศลอย่างหนึ่ง จึงตั้งใจปฏิบัติแบบนี้มาโดยตลอด และผลตอบแทน คือ เราจะอยู่ในใจของประชาชน ในภาระกิจผมไปทุกงานของพี่น้องประชาชนไม่ว่าจะงานขาวดำงานแต่ง งานขึ้นบ้านใหม่ งานของประชาชนผมถือว่า คือญาติพี่น้องกัน ไปทุกงานไม่มีละเว้น ทุกวันนี้ก็ยังทำหน้าที่ส..จิตอาสาอยู่ตลอด

 

     การถูกให้ใบส้มในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา..ถือว่าเป็นโมฆะเพราะศาลฎีกาแผนกเลือกตั้งยกคำร้องไปแล้ว ผมบริสุทธิ์และพร้อมจะลงรับใช้พี่น้องประชาชนในการเลือกตั้งครั้งต่อไป ส่วนข่าวที่อาจจะมีการยุบสภาปลายปีนี้ ผมเชื่อว่าเกิดจากการกดดันต่างๆและการบริหารงานอย่างผิดพลาดของรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโรคโควิด เรื่องปากเรื่องท้อง เศรษฐกิจตกต่ำ น้ำมันแพง แพงไปทั้งแผ่นดินที่เขาพูดกัน เพราะฉะนั้นรัฐบาลน่าจะอยู่ไม่เกินปี 65 ซึ่งผมพร้อมที่จะลงรับสมัครเลือกตั้งในนามของพรรคเพื่อไทย

 

     และอยากเรียนว่าด้วยความจริงใจ ความรักความห่วงใย ผมยังพร้อมเสมอที่จะอาสารับใช้พ่อแม่พี่น้องเขตเลือกตั้ง เพราะสมัยหน้าจะมี 11-12 เขตในจังหวัดเชียงใหม่อย่างไรก็ตาม เขต 10 คงจะเป็นอำเภอจอมทองดอยหล่อ แม่วางเป็นหลัก ผมสมัครเขตนี้เพราะบ้านเกิดอยู่ที่นี่ และพร้อมที่จะรับใช้พ่อแม่พี่น้องด้วยความจริงใจด้วยความเสียสละ และตอบได้เลยว่าตลอดชีวิตของการเป็นนักการเมือง ผมสามารถให้ทุกท่านได้ตรวจสอบว่าผมไม่เคยใช้ตำแหน่งหน้าที่ไปแสวงหาผลประโยชน์ทางการเมือง ทุกอย่างเราทำให้กับประชาชน เช่น ประสานขอที่ดินจากกรมป่าไม้ 1,000ไร่ มอบให้กับประชาชนโดย “ตั้งเป็นมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา เป็นความภูมิใจมากเพราะการทำหน้าที่เป็นผู้แทนราษฎร จากเด็กบ้านนอกคนหนึ่งที่อยู่อำเภอจอมทอง จนได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสูงสุด มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก(...) และเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ขั้นสูงสุด มหาวชิรมงกุฎ (...) นับเป็นเกียรติประวัติของชีวิต และจะรักษาเกียรติประวัติอันดีงามนี้ไว้ชั่วชีวิตครับ

 

 

 

 

     คติเตือนใจในการทำงานของผมนั้น..ได้นำเรียนไปแล้วว่า เราเข้ามาในจุดนี้ต้องถือว่าเราเสียสละจริงๆ เป็นจิตอาสาที่อยากสร้างคุณประโยชน์ให้กับประชาชน ไม่ทิ้งประชาชน ลำบากอย่างไรเราก็อยู่กับประชาชน นอกจากการนำสิ่งของไปมอบแก่ประชาชนที่ลำบากแล้ว ก็ให้กำลังใจกันบอกอดทนหน่อย เชื่อว่าวันหนึ่งไม่นานพรรคเพื่อไทยจะกลับมาเป็นรัฐบาล และจะนำนโยบายดีๆ ที่ฟื้นฟูเศรษฐกิจให้กับประชาชนให้มีรายได้ เพิ่มรายได้ลดรายจ่าย นี่คือหัวใจหลักในการบริหารงานของพรรคเพื่อไทย

 

     บนเส้นทางนักการเมืองอาชีพ..อันยาวนาน ประสบการณ์อันยิ่งใหญ่ ครองพื้นที่ครองใจชาวเชียงใหม่ถึง 9 สมัย..ประวัติศาสตร์การเมืองไทย บันทึกไว้ ..สุรพล เกียรติไชยากร..สอนตำราวิชาชีพ..อันทรงเกียรติฝากเอาไว้ การเมืองไทย..ต้องจริงใจ ให้ประชาชน..ตราบจน แผ่นดินไทย.