นักวิทย์ไทยชี้ “ผู้ป่วยเอดส์ระยะสุดท้าย” รอดได้ หากเพิ่ม CD4 ได้ทัน (2)

นักวิทย์ไทยชี้ “ผู้ป่วยเอดส์ระยะสุดท้าย” รอดได้ หากเพิ่ม CD4 ได้ทัน (2)

 

 

 

 

 

นักวิทย์ไทยชี้ “ผู้ป่วยเอดส์ระยะสุดท้าย” รอดได้ หากเพิ่ม CD4 ได้ทัน

โรคเอดส์ AIDS นับเป็นโรคที่มีความรุนแรงมาก แม้กระทั่งในปัจจุบันก็ยังไม่มีใครสามารถคิดค้นยามารักษาผู้ป่วยให้หายขาดได้ มหันภัยร้ายนี้ได้คร่าชีวิตผู้ป่วยไปแล้วกว่า 25 ล้านรายทั่วโลก ดังนั้น องค์การอนามัยโลก (WHO) และโครงการโรคเอดส์แห่งสหประชาชาติ (UNAIDS) จึงกำหนดให้วันที่ 1 ธันวาคมของทุกปี เป็น               “วันเอดส์โลก” (World AIDS Day) เพื่อให้คนทั่วโลกได้ตระหนักถึงอันตรายของมัน และร่วมกันรณรงค์ สร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคร้ายนี้ โดยดำเนินควบคู่ไปกับการค้นคว้าวิจัยอย่างไม่หยุดนิ่งเพื่อหาวิธีเอาชนะมันให้ได้ ล่าสุด ทีมนักวิทยาศาสตร์ไทยได้ค้นพบแนวทางที่จะรักษาชีวิตของผู้ป่วยโรคเอดส์ระยะสุดท้ายได้ โดยวิธีเร่งการเพิ่มจำนวนของเม็ดเลือดขาว CD4 จากสารสกัดพืชไทย 5 ชนิดได้เป็นผลสำเร็จ ซึ่งนับเป็นปรากฏการณ์ทาง              รอดใหม่สำหรับผู้ป่วยเอดส์ทั่วโลก

ศ.ดร.พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา หัวหน้าคณะนักวิจัย Operation BIM บริษัท เอเชียน ไฟย์โตซูติคอลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ APCO เปิดเผยว่า ความร้ายกาจของเชื้อไวรัสนี้ถือว่ามีความรุนแรงอย่างมาก เพราะเป็นโรคที่ทำลายระบบภูมิคุ้มกันของมนุษย์โดยตรง ซึ่งเกิดจากการติดเชื้อไวรัสเอชไอวี (Human Immunodeficiency Virus, HIV) ซึ่งจะทำให้การทำงานของระบบภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยบกพร่อง ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อฉวยโอกาสและการเกิดเนื้องอกบางชนิดได้ โดยเมื่อใดก็ตามที่ไวรัส HIV เข้าสู่ร่างกายแล้ว มันจะฝังตัวเข้าไปในเม็ดเลือดขาวชนิด CD4 โดยเข้าไปมากที่สุดคือ CD4 ชนิด Th17 แล้วเชื้อ HIV จะค่อยๆ ทำลาย CD4 ก่อนที่จะแพร่ออกไปยัง CD4 เซลล์ใหม่ ทำให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายลดลงไปเรื่อยๆ

เมื่อจำนวน CD4 ถูกเชื้อ HIV ทำลายจนน้อยลงเรื่อย ๆ จะทำให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายน้อยลง  ดังนั้น ปัญหาที่สำคัญของคนติดเชื้อ HIV คือปัญหาของโรคที่จะเกิดจากการที่มีภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอลง ซึ่งเรียกกันว่า     โรคติดเชื้อฉวยโอกาส  (Opportunistic infections) เช่น โรคปอดบวม โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ มะเร็งบางชนิด และ วัณโรค ภายหลังการรับเชื้อ บางรายอาจไม่มีอาการใดๆ เลย บางรายอาจมีอาการเหมือนการติดเชื้อไวรัสทั่วๆ ไป เช่น มีไข้ ผื่นตามตัว ต่อมน้ำเหลืองโต เจ็บคอ อาการมักกินเวลาสั้นๆ และหายไปได้เอง หลังจากนั้นผู้ป่วยจะไม่มีอาการใดๆ เลย เมื่อเชื้อ HIV ทำลาย CD4 ต่อไปเรื่อยๆ จนมีระดับต่ำกว่า 200 cell/mm3  ผู้ป่วยเริ่มมีอาการของโรคเอดส์เกิดขึ้น เช่น ฝ้าในปาก ผื่นคันตามตัว น้ำหนักลด

ปัจจุบันการรักษาอาการของผู้ป่วยติดเชื้อ HIV คือ ต้องกำจัดเชื้อไวรัส HIV ให้หมดสิ้น และเพิ่ม CD4 ให้มีระดับปกติ โดยเฉพาะการเพิ่ม CD4 ชนิด Th17  ซึ่งปัจจุบันยาต้านไวรัสสามารถลดปริมาณไวรัส HIV ในผู้ติดเชื้อลงได้ก็จริง  แต่อาจมีผลข้างเคียงและไม่สามารถเพิ่ม CD4 ได้ในเวลาอันรวดเร็ว แต่หากเมื่อใดก็ตามที่ผู้ป่วยสามารถเพิ่ม CD4 ให้กลับมาอยู่ในระดับปกติได้ ก็จะยิ่งเพิ่มโอกาสในการรอดชีวิตได้มากขึ้นไปด้วยนั่นเอง    

 

 

 

 

ล่าสุด ผลวิจัยจากคณะนักวิจัย Operation BIM บ่งชี้ว่า หากเพิ่มเม็ดเลือดขาว CD4 ได้ในปริมาณที่มากจะสามารถช่วยให้ผู้ป่วยเอดส์ระยะสุดท้ายรอดตายได้ ทั้งนี้พบว่า CD4 สามารถเพิ่มจำนวนขึ้นได้อย่างรวดเร็วจากการใช้สูตรสารสกัดธรรมชาติ  ที่ผสมสารสกัดจากพืชไทย 5 ชนิด ได้แก่ มังคุด ฝรั่ง งาดำ ถั่วเหลือง และใบบัวบก เมื่อนำมาเสริมฤทธิ์กัน พบว่ามีประสิทธิภาพสูงมากขึ้นในการกระตุ้น CD4 ชนิด Th17 ได้ 5 เท่า, Th1 ได้ 2 เท่า และ Th9 ได้ 2 เท่า (โดยพิสูจน์ด้วยการทดสอบจากศูนย์วิจัยเทคโนโลยีชีวการแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่) ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของเม็ดเลือดขาวกลุ่มเพชฌฆาต (Cytotoxic T-Cells)  ในการกำจัดเชื้อ HIV ทำให้ผู้ป่วย AIDS ระยะสุดท้ายรายหนึ่งมี CD4 เพิ่มขึ้นถึง 4,950 % ภายใน 4 เดือนจาก 6 cells / cu.mm. เป็น 303 cell /cu.mm. ซึ่งเป็นอัตราการเพิ่มที่ไม่เคยปรากฎมาก่อน

ผลการวิจัยชิ้นล่าสุดนี้นับเป็นการเปิดมิติใหม่ในการดูแลสุขภาพเพื่อผู้ติดเชื้อ HIV อย่างแท้จริง ด้วยวิธีสร้างภูมิคุ้มกันร่างกายให้เกิดความสมดุลอีกครั้ง ถือเป็นการคืนชีวิตใหม่ให้ผู้ติดเชื้อ ได้มีสุขภาพที่ดีและมีความสุขกับชีวิตในแต่ละวันได้มากขึ้น